กรณีปัญหา
1.
เมื่อมีเงินสดเข้ามาในสหกรณ์
สหกรณ์จะนำเงินดังกล่าวเปิดบัญชีเงินฝากในสหกรณ์ตนเองได้หรือไม่
2.
การจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์ โดยจัดสรรเป็นทุนสะสมต่าง ๆ ตามมาตรา 60 (4) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์
พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สหกรณ์จะนำเงินดังกล่าวเปิดบัญชีเงินฝากในสหกรณ์ตนเองได้หรือไม่
กฎหมาย
กฎ และคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้อง
มาตรา
46 (5) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
บัญญัติว่า
“เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ให้สหกรณ์มีอำนาจกระทำการ
ดังต่อไปนี้ได้ (5) รับฝากเงินประเภทออมทรัพย์หรือประเภทประจำจากสมาชิกหรือสหกรณ์อื่น
หรือสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ซึ่งมีสมาชิกของสมาคมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู้รับฝากเงิน
หรือนิติบุคคลซึ่งมีบุคลากรหรือลูกจ้างไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของนิติบุคคลนั้น
เป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู้รับฝากเงิน
ทั้งนี้ตามระเบียบของสหกรณ์ที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์”
มาตรา
62 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
บัญญัติว่า เงินของสหกรณ์นั้น สหกรณ์อาจฝากหรือลงทุนได้ ดังต่อไปนี้
(1)
ฝากในชุมนุมสหกรณ์หรือสหกรณ์อื่น
(2)
ฝากในธนาคาร
หรือฝากในสถาบันการเงินที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์
มาตรา
65 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
บัญญัติว่า
“ให้สหกรณ์จัดให้มีการทำบัญชีตามแบบและรายการที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดให้ถูก
ต้องตามความเป็นจริง
และเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ที่สำนักงานสหกรณ์ภายในระยะ
เวลาที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด
เมื่อมีเหตุต้องบันทึกรายการในบัญชีเกี่ยวกับกระแสเงินสดของสหกรณ์ให้บันทึก
รายการในวันที่เกิดเหตุนั้น สำหรับเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับกระแสเงินสด
ให้บันทึกรายการในสมุดบัญชีภายในสามวันนับแต่วันที่มีเหตุอันจะต้องบันทึก
รายการนั้น
การลงรายการบัญชีต้องมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สมบูรณ์โดยครบถ้วน”
ข้อ
12 วรรคแรก แห่งระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วยการบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร
กำหนดว่า
“ให้สหกรณ์บันทึกรายการบัญชีเกี่ยวกับเงินสดในวันที่เกิดรายการนั้น
สำหรับรายการอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเงินสดให้บันทึกรายการบัญชีภายในสามวันนับแต่วันที่เกิดรายการ
ทั้งนี้ เงินสด ให้หมายความรวมถึง ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่สหกรณ์มีอยู่
รวมทั้งเช็คที่ยังไม่ได้นำฝาก เช็คเดินทางดราฟต์ของธนาคาร และธนาณัติ โดยไม่รวม ดวงตราไปรษณียากร
อากรแสตมป์ เช็คลงวันที่ล่วงหน้าใบยืมและเอกสารทางการเงิน เช่น ตั๋วเงิน พันธบัตรรัฐบาล
ใบหุ้นกู้ ใบหุ้นทุน เป็นต้น”
ระเบียบสหกรณ์
ว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บรักษาเงิน กำหนดว่า
“เงินสดและเอกสารการเงินที่สหกรณ์ได้รับในแต่ละวัน ให้นำฝากธนาคารเมื่อสิ้นเวลารับจ่ายเงินในวันนั้น
เว้นแต่เอกสารการเงินประเภทที่ต้องนำไปขึ้นเป็นเงินสดก่อนก็ให้ดำเนินการในทันที
ในกรณีที่ไม่สามารถนำฝากธนาคารได้ทันวันนั้น
ให้มีบันทึกเหตุผลไว้ในสมุดบัญชีเงินสดและแจ้งให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ
เพื่อทราบและให้รับนำเข้าฝากธนาคารในเวลาเริ่มทำการของวันทำการถัดไปทันที
เงินสดและเอกสารการเงินซึ่งไม่อาจนำฝากธนาคารได้ทันในวันนั้นให้เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัย
สหกรณ์ หรือในที่มั่นคงปลอดภัย”
“การจ่ายเงินเป็นจำนวนไม่มาก และต้องจ่ายเป็นประจำ เช่น ค่าพาหนะ
ค่าเบี้ยเลี้ยงของกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ ค่าสื่อสาร ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า
ค่าน้ำประปา และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เป็นต้น
ให้จ่ายจากเงินสดในมือที่กำหนดให้เก็บรักษาไว้ได้ไม่เกิน ........... บาท”
หนังสือสำนักงานเลขานุการกรม
ที่ กษ 1101/2415 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2549 เรื่อง
ขอทราบแนวปฏิบัติในการบริหารเงินทุนสำรองของสหกรณ์
“สหกรณ์จะนำทุนสำรองมาให้สมาชิกกู้ยืม หรือนำไปฝากหรือลงทุนตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ได้หรือไม่
หากไม่สามารถกระทำได้ จะเก็บรักษาทุนสำรองอย่างไร ทุนสำรองถือเป็นส่วนหนึ่งของทุนสหกรณ์
มีที่มาตามมาตรา 60 วรรคแรก คือ
จากการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
ของกำไรสุทธิ และมีที่มาตามมาตรา 49 คือ
มาจากการรับเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินจากทางราชการ หน่วยงานต่างประเทศ
หรือบุคคลอื่นใด
ถ้าการยกให้นี้ได้กำหนดเจตนาให้ใช้เพื่อการใดก็ให้สหกรณ์จัดสรรเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินนั้นเป็นทุนสำรองของของสหกรณ์มาตรา
61 บัญญัติว่า
ทุนสำรองของสหกรณ์จะถอนจากบัญชีทุนสำรองได้ก็เพื่อชดเชยการขาดทุนหรือเพื่อจัดสรรเข้าบัญชีทุนสำรองให้แก่สหกรณ์ใหม่กรณีแยกสหกรณ์เท่านั้น
ทุนสำรองของสหกรณ์จึงเป็นทุนส่วนรวมที่มีความมั่นคง
และเป็นเครื่องถ่วงดุลที่สำคัญสำหรับทุบทุนเรือนหันของสหกรณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของสมาชิก
ซึ่งทุนสำรองจะต้องคงยอดไว้และเพิ่มขึ้นจากการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์หรือจากการรับจากการยกให้ของทางราชการหรือบุคคลอื่นใดสหกรณ์จึงไม่อาจนำทุนสำรองไปดำเนินการอย่างใดได้
และควรฝากไว้กับธนาคารทั้งจำนวน”
หนังสือกรมส่งเสริมสหกรณ์
ที่ กษ 1101/8652 ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 เรื่อง
ขอให้พิจารณาระเบียบสหกรณ์ ว่าด้วยเงินกองทุนสวัสดิการเพื่อความมั่นคง
“สหกรณ์จะนำทุนสะสมต่าง ๆ ตามข้อบังคับที่ได้มาจากการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี ฝากไว้กับสหกรณ์โดยคิดดอกเบี้ยให้ตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยเงินฝากออมทรัพย์ได้หรือไม่ เงินกองทุนสะสมต่าง ๆ เป็นทุนของสหกรณ์เอง จึงไม่สามารถคิดดอกเบี้ยเงินรับฝากออมทรัพย์ให้กับเงินกองทุนดังกล่าว แม้ว่าจะมีเจตนาตั้งเป็นกองทุนแยกเป็นอิสระต่างหากไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสหกรณ์ก็ตาม หากสหกรณ์รับฝากไว้ก็อาจเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 46 (5) ที่ให้สหกรณ์รับฝากเงินได้เฉพาะสมาชิกหรือสหกรณ์อื่น
การวินิจฉัย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น