ตำแหน่งของผู้ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ต้องเรียกว่าตำแหน่งอะไรจึงจะถูกต้องเป็นไปตามกฎหมาย เรียกว่า “ประธานกรรมการ” เรียกว่า “ประธานคณะกรรมการ” หรือ เรียกว่า “ประธานคณะกรรมการดำเนินการ” ?
การพิจารณาว่าตำแหน่งของหัวหน้า “คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์” เรียกว่าอย่างไร
ต้องพิจารณาจากมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.
2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
มาตรา 50 วรรคแรก บัญญัติไว้ว่า “ให้สหกรณ์มีคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์
ประกอบด้วย ประธานกรรมการหนึ่งคน
และกรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบสี่คนซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิก”
หากพิจารณาตามหลักภาษากฎหมาย คำศัพท์ที่ใช้บ่งชี้ตำแหน่งหัวหน้าของคณะบุคคลในมาตรา
50
คือคำว่า “ประธานกรรมการ” อย่างชัดแจ้ง โดยกฎหมายมิได้ใช้คำว่า “ประธานคณะกรรมการ” หรือ “ประธานคณะกรรมการดำเนินการ”
การใช้คำว่า “ประธานกรรมการ” สอดคล้องกับหลักการร่างกฎหมาย
กล่าวคือ เมื่อมีการจัดตั้งองค์คณะบุคคล
กฎหมายจะกำหนดชื่อของกลุ่มบุคคลนั้นโดยขึ้นต้นด้วยคำว่า “คณะกรรมการ...”
ส่วนบุคคลที่เป็นองค์ประกอบภายในคณะนั้นจะถูกเรียกว่า “กรรมการ”
และบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมหรือเป็นหัวหน้าขององค์คณะนั้นจะถูกเรียกว่า
“ประธานกรรมการ” เสมอ
หากพิจารณาความสม่ำเสมอในการใช้ถ้อยคำในมาตราอื่น
ๆ ของพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งองค์คณะบุคคลระดับต่าง ๆ
ซึ่งพบรูปแบบการใช้ถ้อยคำในลักษณะเดียวกันทั้งหมด ได้แก่
มาตรา 9 วรรคแรก “ให้มีคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ
ประกอบด้วย รัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นรองประธานกรรมการ…”
มาตรา 30 วรรคแรก “ให้มีคณะกรรมการบริหาร กพส. ประกอบด้วย อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็น ประธานกรรมการ...”
มาตรา 89/4 วรรคแรก “เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการที่ปรึกษาการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน” ประกอบด้วย
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ…”
มาตรา 112
วรรคสอง “ให้คณะกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเลือกตั้งกรรมการ
เป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง และรองประธานกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคน”
บทบัญญัติเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างเป็นระบบว่า
ภายใต้ระบบกฎหมายสหกรณ์ของประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็นองค์คณะบุคคลระดับกำหนดนโยบายระดับชาติ ระดับบริหารกองทุน
ระดับกำกับดูแล หรือระดับสถาบันสูงสุดของขบวนการสหกรณ์ไทย
คำศัพท์ทางกฎหมายที่ใช้สำหรับตำแหน่งหัวหน้าของคณะบุคคลทุกคณะคือคำว่า “ประธานกรรมการ” เพียงคำเดียวเท่านั้น
การบัญญัติเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะสร้างมาตรฐานเดียวกันในการเรียกชื่อตำแหน่งทางกฎหมาย
เพื่อป้องกันความสับสนในการตีความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21166/2556
ศาลฎีกาได้วางหลักกฎหมายโดยอ้างอิงพระราชบัญญัติสหกรณ์
พ.ศ. 2542
ไว้อย่างชัดเจนว่า “ตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542
มาตรา 50 วรรคแรก
บัญญัติให้สหกรณ์มีคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน
และกรรมการอื่นอีกไม่เกินสิบสี่คนซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิก มาตรา 51
และข้อบังคับของโจทก์ ข้อ 65 วรรคหนึ่ง
กำหนดให้คณะกรรมการดำเนินการเป็นผู้ดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนโจทก์ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก...”
จากการวิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้
สามารถสรุปนัยสำคัญทางกฎหมายได้สองประการ ประการแรก
ศาลฎีกายอมรับข้อเท็จจริงที่ว่าในเอกสารการแต่งตั้งหรือเอกสารภายในอาจมีการเรียกตำแหน่งนี้ว่า
“ประธานกรรมการดำเนินการ”
ดังที่ปรากฏในคำบรรยายฟ้องและข้อเท็จจริงของคดี แต่เมื่อศาลต้องวางหลักกฎหมาย เพื่อยืนยันฐานอำนาจของสหกรณ์
ศาลได้กลับไปอ้างอิงถ้อยคำตามมาตรา 50 วรรคหนึ่ง
อย่างเคร่งครัดว่าประกอบด้วย “ประธานกรรมการหนึ่งคน” ประการที่สอง
ศาลฎีกาให้ความสำคัญกับเนื้อหาทางกฎหมายและการใช้อำนาจตามความเป็นจริงขององค์คณะบุคคล
(เสียงข้างมากของคณะกรรมการ)
มากกว่าการยึดติดกับความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยของชื่อตำแหน่งในหนังสือมอบอำนาจ
สรุป
คำว่า “ประธานกรรมการ” ถือเป็น ชื่อตำแหน่งที่ถูกต้องที่สุด เป็นทางการที่สุด
และสอดคล้องกับกฎหมายแม่บทอย่างเคร่งครัดที่สุด การวินิจฉัยเช่นนี้อาศัยพยานหลักฐานทางกฎหมาย
จากพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา
50 วรรคแรก ซึ่งเป็นบทบัญญัติจัดตั้งโครงสร้างองค์กรสหกรณ์โดยตรง
การใช้คำนี้มีความชอบด้วยกฎหมายและสอดคล้องแนวคิดการร่างกฎหมาย เมื่อมีความจำเป็นต้องอ้างอิงฐานอำนาจจากมาตรา
50 ล้วนยึดถือคำว่า “ประธานกรรมการ” เป็นหลักสำคัญ และในทางปฏิบัติ
ข้อบังคับที่นายทะเบียนสหกรณ์ให้ความเห็นชอบก็จะบรรจุคำนี้ไว้เป็นศัพท์หลัก ในการอ้างอิงอำนาจหน้าที่ของบุคคลผู้เป็นหัวหน้าองค์คณะ
ข้อเสนอแนะ
ในการยกร่างข้อบังคับสหกรณ์ ระเบียบภายใน
ประกาศ หนังสือมอบอำนาจ หรือเอกสารสัญญาที่เป็นทางการ ซึ่งต้องมีการลงนามผูกพันนิติบุคคลและอาจต้องนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาล
สหกรณ์ควรยึดหลักการใช้คำว่า “ประธานกรรมการ”
เป็นหลักสำคัญ
เพื่อขจัดความเสี่ยงในการถูกโต้แย้งความบกพร่องของเอกสาร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น