วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

หน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกสหกรณ์

หน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกสหกรณ์ ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้สหกรณ์ดำรงอยู่ได้ เนื่องจากสมาชิกมีสถานะเป็นทั้งเจ้าของ และผู้ใช้บริการ ดังนั้น การปฏิบัติตามกฎกติกาและการชำระหนี้จึงไม่ใช่เพียงหน้าที่ทางกฎหมาย แต่เป็นพันธะสัญญาต่อส่วนรวม โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. หน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และมติที่ประชุมใหญ่

การเป็นสมาชิกสหกรณ์นั้น สมาชิกจะต้องยอมรับกติกาสัญญาประชาคมที่ตกลงร่วมกันเพื่อให้การอยู่ร่วมกันและการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น โดยสมาชิกมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และมติที่ประชุมใหญ่ ดังนี้

1.1 ความผูกพันทางกฎหมาย เมื่อสหกรณ์จดทะเบียนแล้ว ข้อบังคับของสหกรณ์ถือเป็นกฎหมายสูงสุดภายในองค์กร ซึ่งผูกพันสมาชิกทุกคนเสมือนหนึ่งว่าสมาชิกได้ลงลายมือชื่อทำสัญญาไว้ด้วยตนเอง สมาชิกจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ และกฎหมายสหกรณ์อย่างเคร่งครัด

1.2 การปฏิบัติตามมติที่ประชุมใหญ่ สมาชิกมีหน้าที่ต้องเคารพและปฏิบัติตามมติของที่ประชุมใหญ่ ไม่ว่าตนเองจะเห็นด้วยกับมตินั้นหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการบริหารงานตามหลักประชาธิปไตย หากสมาชิกฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือมติของที่ประชุมใหญ่ หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์ หรือทำให้สหกรณ์เสื่อมเสีย สหกรณ์มีอำนาจที่จะลงโทษสมาชิกนั้นได้ ตั้งแต่การว่ากล่าวตักเตือน ระงับสิทธิ ไปจนถึงการให้ออกจากการเป็นสมาชิก

2. หน้าที่และความรับผิดชอบทางการเงิน

ความมั่นคงของสหกรณ์ขึ้นอยู่กับวินัยทางการเงินของสมาชิก โดยมีหน้าที่หลัก 2 ประการ คือ การถือหุ้นและการชำระหนี้ ดังนี้

2.1 การถือหุ้นและการร่วมทุน สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระค่าหุ้นตามจำนวนที่กำหนดในข้อบังคับ เพื่อเป็นทุนดำเนินงานของสหกรณ์

2.2 ความรับผิดในหนี้สินของสหกรณ์ สหกรณ์ (จำกัด) ในปัจจุบันสหกรณ์ส่วนใหญ่เป็นแบบจำกัด สมาชิกจะรับผิดชอบหนี้สินของสหกรณ์ไม่เกินจำนวนค่าหุ้นที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ

2.3 ความรับผิดต่อเนื่อง แม้สมาชิกจะลาออกหรือพ้นสภาพสมาชิกไปแล้ว แต่ความรับผิดต่อหนี้สินของสหกรณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่ตนเป็นสมาชิกจะยังคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง (ตามที่กฎหมายหรือข้อบังคับกำหนด) จนกว่าจะพ้นระยะเวลาดังกล่าว

2.4 ความรับผิดชอบในการชำระหนี้

1) หน้าที่ตามสัญญา สมาชิกผู้กู้เงินจะต้องใช้เงินกู้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ขอกู้ และมีหน้าที่ชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยให้เสร็จสิ้นภายในเวลาที่กำหนดตามสัญญา

2) ผลกระทบของการผิดนัด การไม่ชำระหนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรงในระบบสหกรณ์ หากสมาชิกผิดนัดชำระหนี้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร สหกรณ์อาจงดให้เงินกู้ในครั้งต่อไป หรืออาจถูกให้ออกจากสมาชิกภาพได้

3) สิทธิของสหกรณ์ในการหักกลบลบหนี้ หากสมาชิกพ้นสภาพและยังมีหนี้สินค้างชำระ สหกรณ์มีสิทธินำเงินค่าหุ้นของสมาชิกผู้นั้นมาหักกลบลบหนี้ได้ ในฐานะที่สหกรณ์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิพิเศษเหนือเงินค่าหุ้น

4) การค้ำประกัน ในกรณีที่สมาชิกเป็นผู้ค้ำประกันให้เพื่อนสมาชิก หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันต้องร่วมรับผิดชำระหนี้นั้นจนเสร็จสิ้น

3. หน้าที่ทางสังคมและจริยธรรม

นอกจากหน้าที่ทางกฎหมายแล้ว สมาชิกยังมีหน้าที่ทางจริยธรรมในฐานะเจ้าของร่วม ได้แก่

3.1 การเข้าร่วมประชุม สมาชิกมีหน้าที่เข้าร่วมประชุมใหญ่เพื่อใช้สิทธิออกเสียง เลือกตั้งคณะกรรมการ และตรวจสอบการบริหารงาน

3.2 ความซื่อสัตย์และภักดี สมาชิกต้องมีความซื่อสัตย์ต่อสหกรณ์ ไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการฉ้อโกงหรือทำลายความมั่นคงของสหกรณ์ และควรสนับสนุนทำธุรกรรมกับสหกรณ์ของตนเอง

โดยสรุป สมาชิกสหกรณ์ที่ดีต้องยึดมั่นในหลักช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การปฏิบัติตามกฎกติกาและการชำระหนี้คืนตรงเวลา ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของสหกรณ์ในฐานะนิติบุคคล แต่เพื่อรักษาทุนส่วนรวม ของเพื่อนสมาชิกทุกคนไม่ให้เสียหาย

4. กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ในฐานะ ลูกหนี้ - เจ้าหนี้

          กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ในฐานะ ลูกหนี้ - เจ้าหนี้ ระหว่างสหกรณ์กับสมาชิกในทางแพ่ง และผลกระทบของกฎหมายอาญาที่มีต่อการบริหารจัดการสหกรณ์ มีดังนี้

4.1 ความสัมพันธ์ทางแพ่ง สถานะ ลูกหนี้ - เจ้าหนี้ และนิติสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ระหว่างสหกรณ์กับสมาชิกตั้งอยู่บนพื้นฐานของสัญญาและกฎหมายแพ่ง โดยมีลักษณะพิเศษคือสมาชิกมีสถานะคู่ คือเป็นทั้งเจ้าของและผู้ใช้บริการ ซึ่งส่งผลต่อสถานะความเป็นลูกหนี้และเจ้าหนี้ ดังนี้

1) สหกรณ์ในฐานะนิติบุคคลและคู่สัญญา

1.1) สถานะนิติบุคคล เมื่อจดทะเบียนแล้ว สหกรณ์มีสถานะเป็นนิติบุคคล แยกต่างหากจากสมาชิก สามารถทำนิติกรรม ถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน เป็นโจทก์และจำเลยในศาลได้

1.2) หลักตัวการ - ตัวแทน คณะกรรมการดำเนินการ (ตัวแทน) ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของสหกรณ์ (ตัวการ) ในการทำนิติกรรมกับสมาชิก หากกรรมการกระทำการในขอบอำนาจย่อมผูกพันสหกรณ์ แต่หากทำละเมิดหรือนอกกรอบอำนาจจนเสียหาย สหกรณ์สามารถไล่เบี้ยจากกรรมการได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

2) สมาชิกในฐานะลูกหนี้ของสหกรณ์ (กรณีการกู้ยืม)

1) สัญญาเงินกู้ เมื่อสมาชิกกู้เงิน ความสัมพันธ์คือสัญญาทางแพ่ง สมาชิกมีหน้าที่ชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญา

2) การค้ำประกันและหลักประกัน ระบบสหกรณ์มักใช้บุคคลค้ำประกัน (สมาชิกด้วยกันเอง) ซึ่งเป็นสัญญาอุปกรณ์ทางแพ่ง หากผู้กู้ผิดนัด ผู้ค้ำประกันต้องรับผิด

3) สิทธิในการหักกลบลบหนี้ กฎหมายให้สิทธิพิเศษแก่สหกรณ์ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิเหนือเงินค่าหุ้นของสมาชิก หากสมาชิกที่เป็นลูกหนี้พ้นสภาพหรือล้มละลาย สหกรณ์มีสิทธินำเงินค่าหุ้นมาหักกลบลบหนี้ได้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น

3) สมาชิกในฐานะเจ้าหนี้ของสหกรณ์ (กรณีเงินฝาก) สมาชิกที่นำเงินมาฝากกับสหกรณ์มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ และสหกรณ์เป็นลูกหนี้ที่มีหน้าที่ต้องคืนเงินฝากพร้อมดอกเบี้ยตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม เงินฝากในสหกรณ์ไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) เหมือนธนาคารพาณิชย์ หากสหกรณ์ล้มละลาย สมาชิกจะมีสถานะเป็นเพียงเจ้าหนี้สามัญที่ต้องไปเฉลี่ยทรัพย์สินในกระบวนการชำระบัญชีหรือล้มละลาย

4.2 ความรับผิดจำกัด ในสหกรณ์ประเภท จำกัด (Limited) สมาชิกรับผิดชอบหนี้สินของสหกรณ์ไม่เกินจำนวนค่าหุ้นที่ตนยังชำระไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ (โดยปกติชำระครบแล้วก็ไม่ต้องรับผิดเพิ่ม) ต่างจากในอดีต (ระบบไรฟ์ไฟเซน) ที่สมาชิกรับผิดไม่จำกัด ความรับผิดต่อหนี้สินของสหกรณ์จะยังคงติดตามตัวสมาชิกไปอีกระยะหนึ่ง (เช่น 2 ปี) หลังจากที่สมาชิกพ้นสภาพไปแล้ว

4.3 ผลกระทบของกฎหมายและการกำกับดูแล กฎหมายอาญาเข้ามามีบทบาทเมื่อความสัมพันธ์ทางแพ่งถูกละเมิดด้วยเจตนาทุจริต หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานะเจ้าหนี้-ลูกหนี้ของสมาชิก ดังนี้

1) หน้าที่และความรับผิดของผู้บริหาร กฎหมายกำหนดมาตรฐานสูงกว่าบุคคลทั่วไปสำหรับกรรมการสหกรณ์ในฐานะผู้ได้รับความไว้วางใจ

2) ความรับผิดทางอาญา การกระทำที่สร้างความเสียหายแก่สหกรณ์มักเข้าข่ายความผิดอาญาฐาน ยักยอกทรัพย์ (เบียดบังทรัพย์สินสหกรณ์ไปเป็นของตน) และ ฉ้อโกง (หลอกลวงสมาชิกหรือสหกรณ์)

4.4 กฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโทษอาญา

1) กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML) สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีทุนดำเนินงานเกิน 2 ล้านบาท มีสถานะเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมาย ปปง. หากผู้บริหารละเลยการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย หรือพัวพันกับการฟอกเงิน จะมีโทษทางอาญา

2) เจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา กรรมการสหกรณ์ในหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ อาจถูกตีความว่าเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งหากกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ (เช่น ทุจริต) จะได้รับโทษหนักกว่าบุคคลธรรมดา

4.5 ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ลูกหนี้ – เจ้าหนี้ เมื่อเกิดการทุจริตทางอาญา (เช่น ผู้บริหารยักยอกเงินฝาก) สถานะเจ้าหนี้ ของสมาชิก (ผู้ฝากเงิน) จะมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ได้รับชำระหนี้คืนเต็มจำนวน เพราะทรัพย์สินของสหกรณ์ (ลูกหนี้) ถูกถ่ายเทออกไป กฎหมายล้มละลายและการฟื้นฟูกิจการจึงเข้ามามีบทบาท โดยเปลี่ยนสถานะจากการบังคับชำระหนี้รายบุคคล เป็นการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูฯ ซึ่งระงับการชำระหนี้ชั่วคราว เพื่อรักษาสภาพคล่องและเฉลี่ยคืนหนี้ให้สมาชิกอย่างเป็นธรรมที่สุดเท่าที่จะทำได้

สรุป ในทางแพ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างสหกรณ์และสมาชิกมีลักษณะพิเศษคือเป็นทั้งเจ้าของและคู่สัญญา (กู้ยืม/ฝากเงิน) โดยสหกรณ์มีสิทธิหักกลบค่าหุ้นเพื่อชำระหนี้ได้ แต่ในทางอาญา กฎหมายมุ่งเน้นการลงโทษผู้บริหารที่ทุจริต (ยักยอก/ฉ้อโกง) เพื่อคุ้มครองกองทุนส่วนรวมของสมาชิก อย่างไรก็ตาม หากเกิดความเสียหายจากการทุจริต สมาชิกในฐานะเจ้าหนี้เงินฝากมักได้รับผลกระทบรุนแรงเนื่องจากขาดระบบค้ำประกันเงินฝากที่เข้มแข็ง

5. การคุ้มครองระบบสหกรณ์

          แนวคิดการคุ้มครองระบบสหกรณ์ อาจแบ่งออกเป็นมิติสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ แนวคิดการคุ้มครองสถานะและอัตลักษณ์ทางกฎหมาย การคุ้มครองความเป็นอิสระ การคุ้มครองความมั่นคงทางการเงินและสมาชิก และการคุ้มครองทุนสำรองและสินทรัพย์รวม ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

5.1 แนวคิดการคุ้มครองสถานะและอัตลักษณ์ทางกฎหมาย เป็นแนวคิดพื้นฐานที่สุดของการคุ้มครองคือการรับรองทางกฎหมายเพื่อให้สหกรณ์มีตัวตนและดำเนินการได้จริง ได้แก่

1) การมีสภาพนิติบุคคล ในยุคเริ่มต้น ขบวนการสหกรณ์เรียกร้องให้กฎหมายมอบ การคุ้มครอง เพื่อให้สินทรัพย์ของสมาชิกมีความปลอดภัยและสามารถดำเนินกิจการได้ โดย ดร.วิลเลียม คิง (Dr. William King) ผู้บุกเบิกสหกรณ์ ได้เคยระบุว่าสหกรณ์ ไม่ได้ร้องขอสิ่งใดจากใคร... และไม่ขออะไรจากกฎหมายนอกจากการคุ้มครอง เพื่อให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้

2) การคุ้มครองอัตลักษณ์ กฎหมายสหกรณ์มีหน้าที่สำคัญในการรับรองและรักษา อัตลักษณ์ที่แตกต่าง ของสหกรณ์ให้แยกจากวิสาหกิจทั่วไป โดยเฉพาะการคุ้มครองชื่อ สหกรณ์ มิให้ผู้อื่นนำไปใช้ในทางที่ผิด และการกำหนดให้สหกรณ์ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสมาชิก ไม่ใช่มุ่งแสวงหากำไรสูงสุดแก่นักลงทุน

5.2 การคุ้มครองความเป็นอิสระ แนวคิดเรื่องการคุ้มครองมีความขัดแย้งในตัวเองระหว่างการที่รัฐเข้ามาดูแลกับการให้สหกรณ์เป็นอิสระ ดังนี้

1) ยุครัฐอุปถัมภ์ ในอดีต โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและบริบทของไทยช่วงแรก รัฐมองสหกรณ์เป็นเครื่องมือทางการเมืองและเศรษฐกิจในการสร้างชาติและแก้ปัญหาความยากจน รัฐจึงให้การคุ้มครองผ่านการอุปถัมภ์และควบคุมอย่างใกล้ชิด ซึ่งมักทำให้สหกรณ์ขาดความเข้มแข็งและกลายเป็นหน่วยงานของรัฐกลาย ๆ

2) การคุ้มครองความเป็นอิสระ แนวคิดสากลในปัจจุบัน ตามหลักการขององค์การสัมพันธภาพสหกรณ์ระหว่างประเทศ (ICA) และข้อแนะนะ ILO ฉบับที่ 193 เน้นว่ากฎหมายต้องคุ้มครอง ความเป็นอิสระ ของสหกรณ์จากการแทรกแซงของรัฐ รัฐควรทำหน้าที่เพียงสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ไม่ใช่เข้าควบคุมการตัดสินใจทางธุรกิจของสหกรณ์

3) การคุ้มครองความมั่นคงทางการเงินและสมาชิก ในบริบทปัจจุบัน โดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน แนวคิดการคุ้มครองเน้นไปที่ความมั่นคงทางการเงินเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสมาชิก

1) การกำกับดูแลตามความเสี่ยง เนื่องจากสหกรณ์การเงินทำหน้าที่คล้ายธนาคาร (รับฝากและปล่อยกู้) จึงมีแนวคิดให้แยกการกำกับดูแลสหกรณ์กลุ่มนี้ออกมาต่างหาก โดยใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้น เช่น การดำรงเงินกองทุน การบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และการจัดชั้นสินทรัพย์ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบการเงิน

2) การคุ้มครองเงินฝาก ในต่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร หรือ เยอรมนี สหกรณ์การเงินถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินที่สมาชิกได้รับความคุ้มครองเงินฝากหากสถาบันล้มละลาย สำหรับประเทศไทย มีข้อเสนอให้จัดตั้งกองทุนคุ้มครองและช่วยเหลือสหกรณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองสมาชิกในกรณีที่สหกรณ์ประสบปัญหาทางการเงิน

4. การคุ้มครองทุนสำรองและสินทรัพย์รวม เพื่อความยั่งยืนของระบบสหกรณ์ มีแนวคิดเรื่องการคุ้มครองทุนเรือนหุ้นและทุนสำรอง

1) ทุนสำรองที่แบ่งแยกไม่ได้ ตามหลักการสหกรณ์ ทุนสำรองที่สะสมมาถือเป็นสมบัติร่วมกันของสหกรณ์ ไม่ใช่ของสมาชิกรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แนวคิดนี้ป้องกันแรงจูงใจให้สมาชิกยุบเลิกสหกรณ์เพื่อแบ่งสมบัติกัน หากสหกรณ์เลิกกิจการ ทุนนี้มักถูกกำหนดให้โอนแก่ขบวนการสหกรณ์อื่น ห้ามแบ่งให้สมาชิก

2) การจำกัดความรับผิด กฎหมายคุ้มครองสมาชิกโดยจำกัดความรับผิดในหนี้สินของสหกรณ์ไว้เพียงไม่เกินจำนวนหุ้นที่ตนถือ เพื่อลดความหวาดกลัวจากความเสี่ยงที่จะต้องรับผิดชอบอย่างไม่จำกัดและจูงใจให้คนเข้าร่วมเป็นสมาชิก

สรุป การคุ้มครองระบบสหกรณ์ คือ การสร้างกลไกทางกฎหมายและนโยบายที่รับรองสถานะของสหกรณ์ ให้สิทธิประโยชน์ และกำกับดูแลเพื่อให้สหกรณ์มีความมั่นคง ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพ ความเป็นอิสระ และ เสรีภาพ ของประชาชนในการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือตนเองตามหลักการประชาธิปไตย โดยรัฐต้องสร้าง กลไกทางกฎหมาย ที่รับรองสถานะความเป็นอิสระของสหกรณ์ พร้อมกับวาง เกณฑ์กำกับดูแล เช่น ธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของสมาชิกและรักษาเสถียรภาพของระบบสหกรณ์โดยรวม เพื่อให้เกิด ระบบนิเวศแห่งความรับผิดชอบ ที่สมาชิกสหกรณ์และสหกรณ์เครือข่ายต่างทำหน้าที่ตรวจสอบและประคับประคองซึ่งกันและกัน โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์การช่วยเหลือตนเองและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันไว้ อันจะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดของสหกรณ์คือ “การกินดี อยู่ดี เกิดความเป็นธรรม และสร้างสันติสุขในสังคม”

6. กฎหมายสหกรณ์ ข้อบังคับและระเบียบของสหกรณ์

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกฎหมายและการกำกับดูแล ในอดีตกฎหมายสหกรณ์เน้นการส่งเสริม แต่ปัจจุบันเน้นความมั่นคงทางการเงิน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

6.1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รับรองเสรีภาพในการรวมตัวและกำหนดให้รัฐส่งเสริมและคุ้มครองระบบสหกรณ์ โดยพัฒนาการของบทบัญญัติว่าด้วยสหกรณ์ในรัฐธรรมนูญไทย เริ่มต้นจากการเป็นเครื่องมือสนับสนุนภาคเกษตรกรรม (รธน. ฉบับปี พ.ศ. 2492) พัฒนาสู่การรับรองสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่ม (รธน. ฉบับปี พ.ศ. 2517) ยกระดับเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องให้การคุ้มครองระบบสหกรณ์ (รธน. ฉบับปี พ.ศ.2540) ก่อนจะก้าวไปสู่การส่งเสริมความมีอิสระ (รธน. ฉบับปี พ.ศ. 2550) และในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การสร้างเสถียรภาพและความสามารถในการแข่งขัน (รธน. ฉบับปี พ.ศ. 2560) เพื่อให้สหกรณ์เป็นกลไกเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งของประเทศ

6.2 กฎหมายสหกรณ์ไทย มีวิวัฒนาการกฎหมายสหกรณ์ไทยเปลี่ยนผ่านจากระบบที่เน้นการรวมกลุ่มเพื่อความอยู่รอดแบบเรียบง่าย (มีความรับผิดไม่จำกัด) มาสู่ระบบองค์กรธุรกิจที่มีความรับผิดจำกัด มีกองทุนสนับสนุน และในปัจจุบันเน้นความเข้มงวดด้านธรรมาภิบาลและความมั่นคงทางการเงินเทียบเคียงสถาบันการเงิน โดยเฉพาะในสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนี่ยน

1) พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2471 มีเจตนารมณ์สำคัญเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่มีกำลังทรัพย์น้อยให้สามารถช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเพาะปลูกและจำพวกอื่น ๆ ที่มีกำลังทรัพย์น้อยแต่มีความต้องการ อย่างเดียวกัน หมู่ชนนั้น ๆ ควรได้รับอุดหนุนให้ตั้งสหกรณ์ขึ้นอีก เพื่อยังให้เกิดการประหยัดทรัพย์ การช่วยซึ่งกันและกันและการช่วยตนเอง เป็นทางอีกทางหนึ่งซึ่งเผยแผ่ความจำเริญทรัพย์และจำเริญธรรมในบ้านเมืองให้ยิ่งขึ้น

2) พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 มีเจตนารมณ์สำคัญเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานให้ดีขึ้น เนื่องจากกิจการของสหกรณ์ได้ขยายตัวขึ้นเป็นลำดับ แต่กฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นกฎหมายที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2471 และแก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ พ.ศ. 2477 จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ขึ้นใหม่ให้เหมาะสมแก่กาลสมัย เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานของสหกรณ์ให้ดีขึ้น

3) พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มีเจตนารมณ์สำคัญเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ระบบสหกรณ์มีความเข้มแข็งและสามารถดำเนินกิจการได้ด้วยตนเอง การบริหารจึงต้องดำเนินการโดยสมาชิกตามวิถีทางประชาธิปไตย อันเป็นการวางรากฐานของระบบเศรษฐกิจขั้นพื้นฐานของประชาชน และเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติ มาตรา 45 และมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ซึ่งกำหนดให้บุคคลมีเสรีภาพ ในการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์โดยรัฐมีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และคุ้มครองระบบสหกรณ์ ปัจจุบัน พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีเจตนารมณ์สำคัญเพื่อการแก้ไขปัญหาอุปสรรคและคุ้มครองประโยชน์ของสมาชิกให้ชัดเจนขึ้น และเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ การกำกับดูแล และความมั่นคงทางการเงิน

6.3 ข้อบังคับสหกรณ์ นอกจากกฎหมายแม่บทแล้ว สหกรณ์แต่ละแห่งจะมีข้อบังคับเป็นกฎหมายสูงสุดภายในองค์กร ซึ่งต้องผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่และนายทะเบียนสหกรณ์ ข้อบังคับจะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ของสหกรณ์ สมาชิก คณะกรรมการ ดำเนินการ ผู้ตรวจสอบกิจการ และเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ เช่น คุณสมบัติสมาชิกและการรับสมัคร มูลค่าหุ้นและการส่งค่าหุ้นรายเดือน อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่การจัดสรรกำไรสุทธิ เป็นต้น

6.4 ระเบียบสหกรณ์ เป็นกฎเกณฑ์ย่อยที่คณะกรรมการกำหนดขึ้นเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานประจำวัน เช่น ระเบียบว่าด้วยการให้เงินกู้ ระเบียบว่าด้วยการรับฝากเงิน หรือระเบียบว่าด้วยสวัสดิการ


สรุป สมาชิกต้องศึกษากฎหมายสหกรณ์ ข้อบังคับ และระเบียบของสหกรณ์ตนเอง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง รักษาสิทธิและปฏิบัติตามหน้าที่ของสมาชิก ใช้ประโยชน์จากระบบสหกรณ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งร่วมกันปกป้องและพัฒนาสกรณ์ของตนเองและระบบสหกรณ์โดยรวมให้มั่นคง เพื่อส่งต่อความมั่งคั่งและสวัสดิการที่ดีสู่คนรุ่นหลังสืบไป

ไม่มีความคิดเห็น:

หลักการใช้อำนาจทางปกครองตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 : หลักเสรีภาพทางแพ่งและอำนาจรัฐ

            พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นกฎหมายที่มีสถานะพิเศษในระบบกฎหมายไทย โดยมีลักษณะเป็น “ กฎหมายผสมผสาน ” ท...