บทบาทของสมาชิกในฐานะผู้ใช้บริการถือเป็นหัวใจสำคัญที่แยกสหกรณ์ออกจากธุรกิจทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ในระบบสหกรณ์ สมาชิกมีสถานะคู่ คือเป็นทั้งเจ้าของและผู้ใช้บริการในเวลาเดียวกัน ความสัมพันธ์นี้กำหนดให้สหกรณ์ต้องดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิก ไม่ใช่เพื่อสร้างกำไรสูงสุดให้นักลงทุนภายนอก บทบาทและผลประโยชน์ที่สมาชิกได้รับในฐานะผู้ใช้บริการอาจสรุปได้ 3 มิติหลัก ดังนี้
1. ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Economic
Benefits)
สหกรณ์เป็นองค์กรที่คนเป็นนายของทุน
และมุ่งเน้นการให้บริการสมาชิกมากกว่าการแสวงหากำไรสูงสุดจากเงินลงทุน หลักการสำคัญคือหลักผลประโยชน์ตอบแทนแก่สมาชิกตามส่วน
หรือการที่สมาชิกได้รับผลประโยชน์กลับคืนตามสัดส่วนที่ตนเองมาใช้บริการ ดังนี้
1.1 การบริการในราคาทุน
สหกรณ์พยายามจัดหาสินค้าหรือบริการให้สมาชิกในต้นทุนที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
หากมีการเรียกเก็บราคาตลาดในตอนแรกเพื่อความปลอดภัยในการดำเนินงาน
ส่วนเกินที่เหลือ (กำไร) จะถูกคืนกลับสู่สมาชิกในภายหลัง
1.2 การเพิ่มอำนาจต่อรอง
การรวมตัวกันในฐานะผู้ใช้บริการช่วยสร้างอำนาจต่อรอง
เช่น สหกรณ์การเกษตรช่วยให้สมาชิกรวมกันซื้อปัจจัยการผลิต (ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์)
ได้ในราคาถูก และรวมกันขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น ตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง
1.3 เงินเฉลี่ยคืน
คือผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบสหกรณ์ที่สะท้อนหลักการความเที่ยงธรรม
โดยเป็นการจัดสรรกำไรสุทธิ (ส่วนเกิน) คืนกลับสู่สมาชิกตามสัดส่วนปริมาณธุรกิจที่สมาชิกทำกับสหกรณ์
เงินเฉลี่ยคืนเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้สมาชิกมีความภักดีและมาใช้บริการสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง
เพราะยิ่งใช้บริการมากยิ่งได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาก ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1) ที่มาของเงินเฉลี่ยคืน
เกิดจากการที่สหกรณ์มักดำเนินธุรกิจโดยใช้ราคาตลาด
(เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามราคาและเป็นหลักประกันความเสี่ยง)
เมื่อสิ้นปีหากมีกำไรเหลือ (ส่วนเกินจากราคาทุน) สหกรณ์จะคืนเงินส่วนนี้ให้สมาชิก
เปรียบเสมือนการปรับราคาให้เป็นราคาทุนย้อนหลังหรือการคืนเงินที่เก็บเกินไป (Overcharge)
2) เกณฑ์การจัดสรร จ่ายคืนตามส่วนที่สมาชิกมาใช้บริการจริง
ไม่ใช่ตามจำนวนหุ้น เช่น สหกรณ์ร้านค้า สมาชิกที่ซื้อสินค้ามาก จะได้รับเงินเฉลี่ยคืนมาก
สหกรณ์การเกษตร สมาชิกที่ขายผลผลิตผ่านสหกรณ์มากจะได้รับเงินเฉลี่ยคืนมาก ในสหกรณ์ออมทรัพย์สมาชิกที่กู้เงินและเสียดอกเบี้ยให้สหกรณ์อาจได้รับเงินเฉลี่ยคืนจากดอกเบี้ยที่จ่ายไป
1.4 เงินปันผล
ผลตอบแทนในฐานะผู้ลงทุน (เจ้าของ) เงินปันผลคือผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่เงินทุน
หรือหุ้นที่สมาชิกถืออยู่
แต่ในระบบสหกรณ์เงินทุนถือเป็นเพียงเครื่องมือในการดำเนินงาน ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด
จึงมีหลักปฏิบัติที่สำคัญคือ “ผลตอบแทนอัตราจำกัด” สหกรณ์จะจ่ายเงินปันผลให้แก่ค่าหุ้นในอัตราที่จำกัด
ซึ่งมักกำหนดเพดานสูงสุดไว้ในกฎหมายหรือข้อบังคับ (เช่น ไม่เกินร้อยละ 10 ต่อปี ตามกฎหมายไทย) เพื่อป้องกันไม่ให้เงินทุนเข้ามามีอิทธิพลเหนือคน
และป้องกันไม่ให้สมาชิกมุ่งหวังกำไรจากการเก็งกำไรหุ้นเหมือนในบริษัททั่วไป
แต่ให้มองว่าเป็นการชดเชยค่าเสียโอกาสของเงินทุนที่นำมาลงขันกันเท่านั้น
ตารางที่ 2 สรุปความแตกต่างระหว่างเงินปันผลกับเงินเฉลี่ยคืน
|
ประเด็น |
เงินปันผล |
เงินเฉลี่ยคืน |
|
ฐานะของสมาชิก |
ผู้ลงทุน/เจ้าของ |
ผู้ใช้บริการ |
|
เกณฑ์การจ่าย |
ตามจำนวนหุ้นที่ถือ |
ตามปริมาณธุรกิจ
ที่ทำ (ซื้อ/ขาย/กู้) |
|
หลักการสำคัญ |
จำกัดอัตรา |
ตามสัดส่วนการมีส่วนร่วม |
|
เป้าหมาย |
ผลตอบแทนจากการลงทุน |
คืนส่วนเกิน/ปรับราคาให้ยุติธรรม |
2. การเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial
Access)
สำหรับสหกรณ์ภาคการเงินอย่างสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
บทบาทของสมาชิกผู้ใช้บริการมีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
ดังนี้
2.1 แหล่งเงินกู้ที่เป็นธรรม
สมาชิกสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม
และต่ำกว่านายทุนนอกระบบ เพื่อนำไปประกอบอาชีพหรือใช้จ่ายฉุกเฉิน โดยสมาชิกใช้ความไว้วางใจ
และการค้ำประกันระหว่างบุคคลเป็นหลักประกัน
ซึ่งช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันแบบที่ธนาคารพาณิชย์ต้องการ
2.2 การส่งเสริมการออม สหกรณ์ทำหน้าที่เป็นแหล่งออมเงินที่สะดวกและให้ผลตอบแทน
(ดอกเบี้ยเงินฝาก) ที่ดีกว่าหรือเทียบเท่าตลาด
เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและความมั่นคงให้แก่สมาชิก
2.3 ความปลอดภัยผ่านการตรวจสอบกันเอง
ในฐานะผู้ใช้บริการและเจ้าของร่วม
สมาชิกในชุมชนเดียวกันมีบทบาทในการตรวจสอบพฤติกรรมการใช้เงินกู้ของเพื่อนสมาชิก
ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (Moral Hazard) และรักษาเสถียรภาพของกองทุนรวม
3. สวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคม (Social
Protection & Welfare)
สหกรณ์ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจ
แต่ยังมีบทบาทเป็นองค์กรทางสังคม (Social Organization) ที่ดูแลคุณภาพชีวิตของสมาชิกในด้านต่าง ๆ ได้แก่
3.1 สวัสดิการที่ครอบคลุม
สหกรณ์มักจัดสรรกำไรส่วนหนึ่งมาเป็นทุนสวัสดิการเพื่อดูแลสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย
เช่น ทุนการศึกษาบุตร เงินขวัญถุงเมื่อแรกเกิด สวัสดิการรักษาพยาบาล เป็นต้น
3.2 การช่วยเหลือในยามวิกฤต
สหกรณ์ทำหน้าที่เป็นกันชนในยามวิกฤตเศรษฐกิจ หรือภัยพิบัติ เช่น
การให้เงินกู้ฉุกเฉิน หรือการช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบอุทกภัย
3.3 การสร้างชุมชนเข้มแข็ง
การใช้บริการสหกรณ์ช่วยสร้างทุนทางสังคม (Social
Capital) ความไว้วางใจ และความสามัคคีในหมู่คณะ
ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนตามหลักการสหกรณ์ข้อที่ 7 (ความเอื้ออาทรต่อชุมชน)
สรุป ในระบบสหกรณ์
สมาชิกไม่ใช่เป็นเพียงผู้ใช้บริการ (ลูกค้า) แต่เป็นผู้ใช้บริการที่เป็นเจ้าของ ซึ่งมีสิทธิได้รับผลตอบแทนที่ยุติธรรมจากการใช้บริการของตนเอง
ได้รับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนที่ระบบธุรกิจปกติอาจปฏิเสธ
และได้รับความคุ้มครองทางสังคมผ่านระบบสวัสดิการที่สมาชิกช่วยกันสร้างขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น