วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

บทบาทของสมาชิกสหกรณ์ในฐานะผู้ใช้บริการ

บทบาทของสมาชิกในฐานะผู้ใช้บริการถือเป็นหัวใจสำคัญที่แยกสหกรณ์ออกจากธุรกิจทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ในระบบสหกรณ์ สมาชิกมีสถานะคู่ คือเป็นทั้งเจ้าของและผู้ใช้บริการในเวลาเดียวกัน ความสัมพันธ์นี้กำหนดให้สหกรณ์ต้องดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิก ไม่ใช่เพื่อสร้างกำไรสูงสุดให้นักลงทุนภายนอก บทบาทและผลประโยชน์ที่สมาชิกได้รับในฐานะผู้ใช้บริการอาจสรุปได้ 3 มิติหลัก ดังนี้

1. ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (Economic Benefits)

สหกรณ์เป็นองค์กรที่คนเป็นนายของทุน และมุ่งเน้นการให้บริการสมาชิกมากกว่าการแสวงหากำไรสูงสุดจากเงินลงทุน หลักการสำคัญคือหลักผลประโยชน์ตอบแทนแก่สมาชิกตามส่วน หรือการที่สมาชิกได้รับผลประโยชน์กลับคืนตามสัดส่วนที่ตนเองมาใช้บริการ ดังนี้

1.1 การบริการในราคาทุน สหกรณ์พยายามจัดหาสินค้าหรือบริการให้สมาชิกในต้นทุนที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากมีการเรียกเก็บราคาตลาดในตอนแรกเพื่อความปลอดภัยในการดำเนินงาน ส่วนเกินที่เหลือ (กำไร) จะถูกคืนกลับสู่สมาชิกในภายหลัง

1.2 การเพิ่มอำนาจต่อรอง การรวมตัวกันในฐานะผู้ใช้บริการช่วยสร้างอำนาจต่อรอง เช่น สหกรณ์การเกษตรช่วยให้สมาชิกรวมกันซื้อปัจจัยการผลิต (ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์) ได้ในราคาถูก และรวมกันขายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น ตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง

1.3 เงินเฉลี่ยคืน คือผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบสหกรณ์ที่สะท้อนหลักการความเที่ยงธรรม โดยเป็นการจัดสรรกำไรสุทธิ (ส่วนเกิน) คืนกลับสู่สมาชิกตามสัดส่วนปริมาณธุรกิจที่สมาชิกทำกับสหกรณ์ เงินเฉลี่ยคืนเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้สมาชิกมีความภักดีและมาใช้บริการสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะยิ่งใช้บริการมากยิ่งได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาก ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1) ที่มาของเงินเฉลี่ยคืน เกิดจากการที่สหกรณ์มักดำเนินธุรกิจโดยใช้ราคาตลาด (เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามราคาและเป็นหลักประกันความเสี่ยง) เมื่อสิ้นปีหากมีกำไรเหลือ (ส่วนเกินจากราคาทุน) สหกรณ์จะคืนเงินส่วนนี้ให้สมาชิก เปรียบเสมือนการปรับราคาให้เป็นราคาทุนย้อนหลังหรือการคืนเงินที่เก็บเกินไป (Overcharge)

2) เกณฑ์การจัดสรร จ่ายคืนตามส่วนที่สมาชิกมาใช้บริการจริง ไม่ใช่ตามจำนวนหุ้น เช่น สหกรณ์ร้านค้า สมาชิกที่ซื้อสินค้ามาก จะได้รับเงินเฉลี่ยคืนมาก สหกรณ์การเกษตร สมาชิกที่ขายผลผลิตผ่านสหกรณ์มากจะได้รับเงินเฉลี่ยคืนมาก ในสหกรณ์ออมทรัพย์สมาชิกที่กู้เงินและเสียดอกเบี้ยให้สหกรณ์อาจได้รับเงินเฉลี่ยคืนจากดอกเบี้ยที่จ่ายไป

1.4 เงินปันผล ผลตอบแทนในฐานะผู้ลงทุน (เจ้าของ) เงินปันผลคือผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่เงินทุน หรือหุ้นที่สมาชิกถืออยู่ แต่ในระบบสหกรณ์เงินทุนถือเป็นเพียงเครื่องมือในการดำเนินงาน ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด จึงมีหลักปฏิบัติที่สำคัญคือ ผลตอบแทนอัตราจำกัด สหกรณ์จะจ่ายเงินปันผลให้แก่ค่าหุ้นในอัตราที่จำกัด ซึ่งมักกำหนดเพดานสูงสุดไว้ในกฎหมายหรือข้อบังคับ (เช่น ไม่เกินร้อยละ 10 ต่อปี ตามกฎหมายไทย) เพื่อป้องกันไม่ให้เงินทุนเข้ามามีอิทธิพลเหนือคน และป้องกันไม่ให้สมาชิกมุ่งหวังกำไรจากการเก็งกำไรหุ้นเหมือนในบริษัททั่วไป แต่ให้มองว่าเป็นการชดเชยค่าเสียโอกาสของเงินทุนที่นำมาลงขันกันเท่านั้น

ตารางที่ 2 สรุปความแตกต่างระหว่างเงินปันผลกับเงินเฉลี่ยคืน

ประเด็น

เงินปันผล

เงินเฉลี่ยคืน

ฐานะของสมาชิก

ผู้ลงทุน/เจ้าของ

ผู้ใช้บริการ

เกณฑ์การจ่าย

ตามจำนวนหุ้นที่ถือ

ตามปริมาณธุรกิจ ที่ทำ (ซื้อ/ขาย/กู้)

หลักการสำคัญ

จำกัดอัตรา

ตามสัดส่วนการมีส่วนร่วม

เป้าหมาย

ผลตอบแทนจากการลงทุน

คืนส่วนเกิน/ปรับราคาให้ยุติธรรม

 

2. การเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Access)

สำหรับสหกรณ์ภาคการเงินอย่างสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน บทบาทของสมาชิกผู้ใช้บริการมีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ดังนี้

2.1 แหล่งเงินกู้ที่เป็นธรรม สมาชิกสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม และต่ำกว่านายทุนนอกระบบ เพื่อนำไปประกอบอาชีพหรือใช้จ่ายฉุกเฉิน โดยสมาชิกใช้ความไว้วางใจ และการค้ำประกันระหว่างบุคคลเป็นหลักประกัน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันแบบที่ธนาคารพาณิชย์ต้องการ

2.2 การส่งเสริมการออม สหกรณ์ทำหน้าที่เป็นแหล่งออมเงินที่สะดวกและให้ผลตอบแทน (ดอกเบี้ยเงินฝาก) ที่ดีกว่าหรือเทียบเท่าตลาด เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและความมั่นคงให้แก่สมาชิก

2.3 ความปลอดภัยผ่านการตรวจสอบกันเอง ในฐานะผู้ใช้บริการและเจ้าของร่วม สมาชิกในชุมชนเดียวกันมีบทบาทในการตรวจสอบพฤติกรรมการใช้เงินกู้ของเพื่อนสมาชิก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (Moral Hazard) และรักษาเสถียรภาพของกองทุนรวม

3. สวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคม (Social Protection & Welfare)

สหกรณ์ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ยังมีบทบาทเป็นองค์กรทางสังคม (Social Organization) ที่ดูแลคุณภาพชีวิตของสมาชิกในด้านต่าง ๆ ได้แก่

3.1 สวัสดิการที่ครอบคลุม สหกรณ์มักจัดสรรกำไรส่วนหนึ่งมาเป็นทุนสวัสดิการเพื่อดูแลสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น ทุนการศึกษาบุตร เงินขวัญถุงเมื่อแรกเกิด สวัสดิการรักษาพยาบาล เป็นต้น

3.2 การช่วยเหลือในยามวิกฤต สหกรณ์ทำหน้าที่เป็นกันชนในยามวิกฤตเศรษฐกิจ หรือภัยพิบัติ เช่น การให้เงินกู้ฉุกเฉิน หรือการช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบอุทกภัย

3.3 การสร้างชุมชนเข้มแข็ง การใช้บริการสหกรณ์ช่วยสร้างทุนทางสังคม (Social Capital) ความไว้วางใจ และความสามัคคีในหมู่คณะ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนตามหลักการสหกรณ์ข้อที่ 7 (ความเอื้ออาทรต่อชุมชน)

สรุป ในระบบสหกรณ์ สมาชิกไม่ใช่เป็นเพียงผู้ใช้บริการ (ลูกค้า) แต่เป็นผู้ใช้บริการที่เป็นเจ้าของ ซึ่งมีสิทธิได้รับผลตอบแทนที่ยุติธรรมจากการใช้บริการของตนเอง ได้รับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนที่ระบบธุรกิจปกติอาจปฏิเสธ และได้รับความคุ้มครองทางสังคมผ่านระบบสวัสดิการที่สมาชิกช่วยกันสร้างขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

หลักการใช้อำนาจทางปกครองตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 : หลักเสรีภาพทางแพ่งและอำนาจรัฐ

            พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นกฎหมายที่มีสถานะพิเศษในระบบกฎหมายไทย โดยมีลักษณะเป็น “ กฎหมายผสมผสาน ” ท...