กรณีเจ้าหนี้ได้ข่าวว่าลูกหนี้ชั้นต้นเสียชีวิต แต่ไม่เคยเห็นใบมรณบัตรของลูกหนี้ชั้นต้น ผ่านไป 4 ปี เจ้าหนี้ฟ้องผู้ค้ำประกันและทายาทของลูกหนี้ชั้นต้น ผู้ค้ำประกันและทายาทของลูกหนี้ชั้นต้นต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความ โปรดวิเคราะห์ว่าเจ้าหนี้ยังมีสิทธิฟ้องผู้ค้ำประกันและทายาทของลูกหนี้ชั้นต้น ได้หรือไม่
กรณีนี้ เจ้าหนี้ ไม่มีสิทธิ ฟ้องร้องทายาทของลูกหนี้ชั้นต้นและผู้ค้ำประกันได้อีกต่อไป
เนื่องจากคดีขาดอายุความแล้วตามกฎหมาย
โดยมีรายละเอียดการวิเคราะห์และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังนี้
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
1. ประเด็นอายุความฟ้องกองมรดกและทายาท ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1754 วรรคสาม บัญญัติห้ามมิให้ฟ้องคดีมรดกเมื่อพ้นกำหนด
1 ปี นับแต่เมื่อเจ้าหนี้ ได้รู้ หรือควรได้รู้
ถึงความตายของเจ้ามรดก
ในกรณีนี้ การที่เจ้าหนี้ “ได้ข่าว” ว่าลูกหนี้เสียชีวิต ถือเป็นพฤติการณ์ที่กฎหมายมองว่าเจ้าหนี้ “ควรจะได้รู้” ถึงความตายของลูกหนี้แล้วตั้งแต่วันที่ได้ข่าว
เจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องขวนขวายไปตรวจสอบทะเบียนราษฎรเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
จะอ้างว่าตน “ไม่เคยเห็นใบมรณบัตร”
เพื่อหยุดการนับอายุความไม่ได้ เมื่อปล่อยเวลาล่วงเลยมาถึง 4 ปี สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ต่อทายาทหรือกองมรดกจึงขาดอายุความ
เมื่อนำกรณีนี้ไปวิเคราะห์เทียบเคียงกับ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8829/2568 จะพบข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันอย่างเป็นสาระสำคัญ
กล่าวคือ ในคดี 8829/2568 ฝ่ายเจ้าหนี้พิสูจน์ได้ว่าตนเพิ่งทราบเรื่องการตายจริงๆ
จากการไปขอเอกสารยืนยันจากทางราชการ และฝ่ายทายาทก็สู้คดีเพียงลอยๆ ว่า “ตายมาเกิน 1 ปีแล้ว”
โดยไม่ได้นำสืบให้ศาลเห็นว่าเจ้าหนี้รู้ตั้งแต่เมื่อใด
ศาลจึงนับอายุความจากวันที่ไปขอเอกสารราชการ แต่ในกรณีศึกษาของคุณ
ข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าเจ้าหนี้ “ได้ข่าว” (คือควรจะได้รู้) มาถึง 4 ปีแล้ว อายุความ 1
ปีจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้ข่าวนั้น
และขาดอายุความไปแล้วอย่างสมบูรณ์
2. ประเด็นการฟ้องผู้ค้ำประกัน เมื่อสิทธิเรียกร้องอันเป็นหนี้ประธานที่เจ้าหนี้มีต่อลูกหนี้ชั้นต้น
(กองมรดก) ขาดอายุความ กฎหมายได้ให้ความคุ้มครองผู้ค้ำประกันไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 694 ว่า
นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้แล้ว
ผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย ดังนั้น
ผู้ค้ำประกันจึงมีสิทธิเต็มที่ในการยกข้อต่อสู้ว่าหนี้ประธานขาดอายุความ 1 ปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 วรรคสาม
ขึ้นมาต่อสู้เพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากความรับผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5996/2544 วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า
เมื่อมีหนังสือภายในของธนาคารแจ้งว่าลูกหนี้ตายและให้ไปคัดทะเบียนบ้าน
ถือว่าโจทก์ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของลูกหนี้แล้วตั้งแต่วันนั้น
เมื่อฟ้องคดีเกิน 1 ปี
สิทธิเรียกร้องต่อกองมรดกจึงขาดอายุความ
และจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันย่อมยกข้อต่อสู้ดังกล่าวขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธความรับผิดได้ตาม
ป.พ.พ. มาตรา 694
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 964/2512 วินิจฉัยสนับสนุนหลักการนี้ว่า
เมื่อเจ้ามรดกกู้เงินแล้วถึงแก่ความตาย โจทก์เพิ่งฟ้องทายาทเมื่อพ้นกำหนด 1
ปี สิทธิเรียกร้องย่อมขาดอายุความ
และเมื่อสิทธิเรียกร้องที่มีต่อลูกหนี้ขาดอายุความแล้ว
ผู้ค้ำประกันก็ย่อมยกอายุความขึ้นต่อสู้โจทก์เพื่อให้ตนหลุดพ้นจากความรับผิดได้เช่นกัน
ข้อควรระมัดระวัง
1) หน้าที่ในการยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความ ป.พ.พ. มาตรา 193/29 บัญญัติว่า “เมื่อไม่ได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้
ศาลจะอ้างเอาอายุความมาเป็นเหตุยกฟ้องไม่ได้” ดังนั้น
ทายาทและผู้ค้ำประกันจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้
เมื่อถูกฟ้องจะต้องตั้งทนายความยื่นคำให้การ
ยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความขาดขึ้นสู้ในศาลเสมอ
2) ความเสี่ยงจากการให้การไม่ชัดเจน บทเรียนสำคัญจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8829/2568
คือ ทายาทและผู้ค้ำประกันห้ามเขียนคำให้การสู้คดีเพียงลอยๆ ว่า “ลูกหนี้ตายเกิน 1 ปี คดีจึงขาดอายุความ” เพราะกฎหมายไม่ได้นับจากวันตาย แต่ต้องเขียนในคำให้การให้ชัดเจนว่า “เจ้าหนี้ได้ข่าวและรับรู้ถึงการตายมาตั้งแต่ 4 ปีก่อนแล้ว
แต่ละเลยไม่ฟ้องภายใน 1 ปี คดีจึงขาดอายุความ”
แนวปฏิบัติ
1)
ทายาทและผู้ค้ำประกัน (เมื่อถูกฟ้อง) ให้รีบแต่งตั้งทนายความยื่นคำให้การสู้คดี
โดยบรรยายให้ศาลเห็นอย่างชัดเจนว่า โจทก์ (เจ้าหนี้)
ได้ทราบข่าวหรือควรจะได้รู้ถึงความตายของลูกหนี้ชั้นต้นมาตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว (ระบุช่วงเวลาให้ชัดเจน)
สิทธิเรียกร้องต่อกองมรดกจึงขาดอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ.
มาตรา 1754 วรรคสาม
และจำเลยในฐานะทายาทและผู้ค้ำประกันขอยกข้อต่อสู้ดังกล่าวขึ้นยันโจทก์ตาม ป.พ.พ.
มาตรา 694 เพื่อขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น