วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

ความรับผิดทางแพ่งของผู้แทนสหกรณ์

ความรับผิดทางแพ่งของผู้แทนสหกรณ์

การไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ หรือการกำหนดระเบียบขัดต่อวัตถุประสงค์และอำนาจกระทำการที่กำหนดในข้อบังคับ การออกประกาศโดยมติที่ขัดต่อระเบียบ ขัดต่อวัตถุประสงค์และอำนาจกระทำการที่กำหนดในข้อบังคับ แม้ไม่เกิดความเสียหายก็เป็นเหตุที่นายทะเบียนสหกรณ์หรือรองนายทะเบียนสหกรณ์มีอำนาจสั่งยับยั้งหรือเพิกถอนมตินั้นได้ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แต่หากเกิดความเสียหายทำให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก หรือสหกรณ์มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี หรือกิจการหรือฐานะการเงิน นายทะเบียนสหกรณ์มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ปฏิบัติการแก้ไขข้อบกพร่อง หรือระงับการปฏิบัติที่เป็นเหตุให้เกิดข้อบกพร่องหรืออาจทำให้เสื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก หรือให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการแก้ไขข้อบกพร่องนั้นให้แล้วเสร็จ หรือให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะหรือให้กรรมการซึ่งเกี่ยวข้องกับการนั้นพ้นจากตำแหน่งกรรมการ ตามมาตรา 22 (1) (2) (3) หรือ (4) แห่ง พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

กรณีที่ผู้แทนสหกรณ์กระทำการหรืองดเว้นกระทำการจนสหกรณ์เสียหาย ก็ย่อมต้องมีความรับผิดทางแพ่ง หรือความรับผิดทางอาญา หรือรับผิดทั้งแพ่งและอาญา กรณีที่คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กรรมการ ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทำให้สหกรณ์เสียหาย ถ้าสหกรณ์ไม่ร้องทุกข์หรือฟ้องคดี ให้นายทะเบียนสหกรณ์หรือรองนายทะเบียนสหกรณ์ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีแทนสหกรณ์ได้ (มาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม)

ผู้แทนสหกรณ์

สหกรณ์เป็นนิติบุคคลตามมาตรา 37 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งบัญญัติว่า ให้สหกรณ์ที่ได้จดทะเบียนแล้วมีฐานะเป็นนิติบุคคลสหกรณ์มีคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิก (มาตรา 50 วรรคแรก แห่งพ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) หรือผู้จัดการสหกรณ์ เป็นผู้แทนสหกรณ์ ตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งบัญญัติให้ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินกิจการ และเป็นผู้แทนสหกรณ์ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์จะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคน หรือผู้จัดการทำการแทนก็ได้

หน้าที่ของผู้แทนสหกรณ์

ผู้แทนสหกรณ์ตามมาตรา 51 ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรา 51/1 แห่ง พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่บัญญัติว่า ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ขอบเขตแห่งการดำเนินกิจการที่จะพึงดำเนินการได้ของสหกรณ์ ข้อบังคับของสหกรณ์ และมติที่ประชุมใหญ่ ทั้งนี้ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก

ความรับผิดของผู้แทนสหกรณ์

หากผู้แทนสหกรณ์และเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ผู้ใดมีส่วนร่วมในการกระทำของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กรรมการ หรือผู้จัดการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์ โดย แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์ หรือดำเนินกิจการนอกขอบวัตถุประสงค์ หรือขอบเขตแห่งการดำเนินกิจการ ที่จะพึงดำเนินการได้ของสหกรณ์ ต้องรับผิดร่วมกันในความเสียหายต่อสหกรณ์ (มาตรา 51/2 แห่ง พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม)

ความรับผิดตามมาตรา 51/2 อาจเป็นความรับผิดทางแพ่ง ความรับผิดทางอาญา หรือรับผิดทั้งแพ่งและอาญา ซึ่งบทความนี้จะกล่าวเฉพาะความรับผิดทางแพ่ง

ความรับผิดทางแพ่งของผู้แทนสหกรณ์

ความเกี่ยวพันระหว่างสหกรณ์กับผู้แทนสหกรณ์ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนซึ่งนำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม ป.พ.พ. มาตรา 77 ที่บัญญัติว่า “ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนแห่งประมวลกฎหมายนี้ มาใช้บังคับแก่ความเกี่ยวพันระหว่างนิติบุคคลกับผู้แทนของนิติบุคคล และระหว่างนิติบุคคล หรือผู้แทนของนิติบุคคลกับบุคคลภายนอก โดยอนุโลมโดย บทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนแห่ง ป.พ.พ.

ผู้แทนสหกรณ์จะต้องรับผิดในฐานะตัวแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 812 ที่บัญญัติว่า ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างใด ๆ เพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทนก็ดี เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทนก็ดี หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจก็ดี ท่านว่าตัวแทนจะต้องรับผิด

หากผู้แทนสหกรณ์กระทำการละเมิดต่อบุคคลภายนอกหรือต่อสหกรณ์ จะต้องมีความรับผิดเพื่อละเมิด ตาม ป.พ.พ. โดยใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดนั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

การใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดนั้น ป.พ.พ. มาตรา 438 บัญญัติว่าค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด อนึ่ง ค่าสินไหมทดแทนนั้น ได้แก่การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหายต้องเสียไปเพราะละเมิด หรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น รวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันได้ก่อขึ้นนั้นด้วยและ ป.พ.พ. มาตรา 206 บัญญัติว่า ในกรณีหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิด ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาแต่เวลาที่ทำละเมิด

สิทธิเรียกร้องในมูลละเมิดมีอายุความหนึ่งปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 ที่บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด แต่ถ้าเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และมีกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าที่กล่าวมานั้นไซร้ ท่านให้เอาอายุความที่ยาวกว่านั้นมาบังคับแต่สิทธิเรียกร้องให้ผู้แทนสหกรณ์ รับผิดในฐานะผู้แทนนิติบุคคลหรือในฐานะตัวแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 77 ประกอบมาตรา 812 นั้น ไม่มีกฎหมายกำหนดเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องถืออายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ที่บัญญัติว่า อายุความนั้น ถ้าประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดสิบปี

ตัวอย่างคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2566

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2378/2564

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3958/2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10941/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5896/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2229/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4715/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1354/2508

ไม่มีความคิดเห็น:

การเลิกและการชำระบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

ส่วนที่ 1 การเลิกสหกรณ์และการเลิกกลุ่มเกษตรกร 1. บทนำ ในระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรถือเป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญ...