วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

หุ้นในสหกรณ์และการจ่ายคืนค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่ในสหกรณ์

การลงทุนในตลาดทุน โดยการซื้อขายหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ลงทุนมีเป้าหมายเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) หรือรับเงินปันผล (Dividend) จากผลประกอบการของบริษัทที่ลงทุน ยามเมื่อผลประกอบการไม่เป็นดังหวัง ผู้ลงทุนส่วนใหญ่เข้าใจ ยอมรับผลการลงทุน ยอมรับความเสี่ยงได้ นอกเสียจากมีเหตุทุจริตในบริษัทที่นำเงินไปลงทุน นักลงทุนและหน่วยงานที่กำกับดูแลก็จะดำเนินการให้เกิดความเป็นธรรมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ในระบบสหกรณ์ การถือหุ้นของสมาชิกเป็นวิธีการสหกรณ์ตามหลักการสหกรณ์ที่ 3 การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของสมาชิก เป็นการลงทุนร่วมกันเพื่อร่วมกันเป็นเจ้าของสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อการช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักการสหกรณ์ หุ้นในสหกรณ์ไม่สามารถซื้อขายเพื่อทำกำไรส่วนต่างได้ ไม่สามารถเก็งกำไรได้ สหกรณ์บริหารงานดี มีธรรมาภิบาล สมาชิกมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจมาก สหกรณ์บริหารงานมีประสิทธิภาพ เมื่อเกิดส่วนต่างจากการที่มีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า “กำไร” โดยเกิดจากการดำเนินธุรกิจในหมู่สมาชิกกันเองเป็นหลัก เมื่อเกิดผลกำไร กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดสรรเป็นทุนสำรอง ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันกำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 10) เพื่อความมั่นคงของสหกรณ์ และอีกส่วนหนึ่ง ส่งเป็นเงินบำรุงค่าสันนิบาตสหกรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันกำหนดที่ร้อยละ 1 ไม่เกิน 30,000 บาท) ส่วนที่เหลือจัดสรรตามความประสงค์ของสมาชิกผ่านที่ประชุมใหญ่ ได้แก่ การปันผลให้แก่สมาชิกตามหุ้นที่ชำระแล้ว จัดสรรเป็นเงินเฉลี่ยคืนตามส่วนธุรกิจที่สมาชิกมามีส่วนร่วมดำเนินธุรกิจจนเกิดผลกำไร จัดสรรเป็นทุนสะสมอื่น ๆ โดยเฉพาะทุนเพื่อการจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก และทุนสาธารณประโยชน์เพื่อชุมชนและสังคม ตลอดจนการจัดสรรเป็นเงินโบนัสให้แก่คณะกรรมการดำเนินการและเจ้าหน้าที่สหกรณ์
แต่ในปัจจุบัน พบว่า ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องหุ้นในระบบสหกรณ์ เช่น สหกรณ์จ่ายคืนค้าหุ้นผิดจนปรากฎเป็นข้อสังเกตของผู้สอบบัญชีในงบการเงินประจำปี ต้องมีการเรียกคืน หรือ กรณีสมาชิกขอให้สหกรณ์เอาเงินค่าหุ้นมาชำระหนี้ขณะที่ตนยังเป็นสมาชิกอยู่ หรือเมื่อขาดจากสมาชิกภาพแล้วต้องการได้เงินค่าหุ้นคืนเต็มจำนวนในขณะที่สหกรณ์ยังขาดทุนสะสมและมูลค่าหุ้นลดลง ซึ่งความเข้าใจคลาดเคลื่อนดังกล่าว เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์
ผมขออนุญาตสรุปเรื่อง หุ้นในสหกรณ์และการจ่ายคืนค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่ในสหกรณ์ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องบ้าง ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1. แนวคิดเรื่องหุ้นตามกฎหมายสหกรณ์
1.1) สมาชิกจะนำค่าหุ้นหักกลบลบหนี้กับสหกรณ์ไม่ได้ หมายความว่า ในขณะที่ยังเป็นสมาชิกสหกรณ์ (สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง) สมาชิกอยู่ในฐานะเจ้าของสหกรณ์ร่วมกันกับสมาชิกคนอื่น จำนวนค่าหุ้นของสมาชิกเป็นทุนของสหกรณ์ไปแล้ว เพราะสมาชิกเอาเงินของตนเองมาร่วมลงทุนในสหกรณ์ เมื่อสมาชิกเป็นหนี้ต่อสหกรณ์สมาชิกไม่สามารถนำเงินค่าหุ้นมาหักกลบลบหนี้ของสมาชิกที่มีกับสหกรณ์ได้ หนี้ที่สมาชิกมีต่อสหกรณ์เป็นหน้าที่ที่สมาชิกจะต้องชำระแก่สหกรณ์ตามเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดหนี้
1.2) สมาชิกมีความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ หมายความว่า สมาชิกในฐานะที่เป็นเจ้าของสหกรณ์ เป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งปวงของสหกรณ์ ซึ่งทรัพย์สินทั้งหมดดังกล่าวมาจาก หนี้สินทั้งหมดของสหกรณ์รวมกับทุนทั้งหมดของสหกรณ์ ซึ่งเงินค่าหุ้นของสมาชิกเป็นทุนส่วนหนึ่งของสหกรณ์ หากสหกรณ์ดำเนินงานขาดทุนและมีภาระหนี้สินต่อบุคคลภายนอก สมาชิกทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบในส่วนที่ขาดทุนหรือหนี้สินของสหกรณ์ แต่รับผิดชอบไม่เกินจำนวนค่าหุ้นของตนที่ถืออยู่เท่านั้น ซึ่งรวมถึงจำนวนค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบมูลค่าของหุ้นทั้งหมดของสมาชิกด้วย
1.3) ในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง ห้ามมิให้เจ้าหนี้ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องหรืออายัดค่าหุ้นของสมาชิกผู้นั้น หมายความว่า ในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกยังไม่สิ้นสุดลง และสมาชิกมีหนี้สินต่อบุคคลอื่น (มิใช่หนี้สินต่อสหกรณ์) เจ้าหนี้ (บุคคลภายนอก) จะใช้สิทธิเรียกร้องหรืออายัดค่าหุ้นของสมาชิกผู้มีหนี้สินต่อเจ้าหนี้ (บุคคลภายนอก) ไม่ได้ แต่หากหนี้นั้นเป็นหนี้ตามคำพิพากษา และศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจอายัดสิทธิเรียกร้องที่สมาชิกมีต่อสหกรณ์ และเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอายัดเงินค่าหุ้นของสมาชิกในสหกรณ์ ถือเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ เจ้าหนี้สามารถขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน และเงินค่าหุ้น ไปยังสหกรณ์ที่ลูกหนี้เป็นสมาชิกอยู่ได้ แต่เงินค่าหุ้นสหกรณ์จะส่งมายังเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ต่อเมื่อลูกหนี้สิ้นสุดความเป็นสมาชิกภาพ ตลอดจนสหกรณ์สามารถนำเงินค่าหุ้นมาชำระหนี้ที่ลูกหนี้เป็นหนี้สหกรณ์ก่อน หากมีเงินเหลือจึงจะส่งมายังเจ้าพนักงานบังคับคดี
1.4) เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง สหกรณ์มีสิทธิ์นำเงินตามมูลค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่มาหักกลบลบหนี้ที่สมาชิกผูกพันต้องชำระหนี้แก่สหกรณ์ได้ หมายความว่า เมื่อสมาชิกขาดจากสมาชิกภาพและยังมีหนี้สินต่อสหกรณ์ สหกรณ์มีสิทธิ์นำเงินตามมูลค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่มาหักกลบลบหนี้ที่สมาชิกผูกพันต้องชำระหนี้แก่สหกรณ์ได้ แต่ถ้าเมื่อใดที่มูลค่าหุ้นด้อยค่าลง (มีมูลค่าต่อหุ้นไม่เท่ากับที่กำหนดในข้อบังคับ) เมื่อคำนวณ ณ วันสิ้นปีบัญชี มีค่าเท่าใดก็นำมาหักกลบลบหนี้ได้เท่านั้น แต่ถ้ามีค่าเท่ากับ 0 หรือต่ำกว่า 0 ก็ไม่สามารถนำมาหักกลบลบหนี้ได้
1.5) สหกรณ์มีสถานะเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิพิเศษเหนือเงินค่าหุ้นนั้น หมายความว่า กฎหมายสหกรณ์ให้สิทธิแก่สหกรณ์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของสมาชิก (กรณีสมาชิกมีหนี้ที่ผูกพันต้องชำระหนี้แก่สหกรณ์) โดยสหกรณ์ในฐานะเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ของสหกรณ์โดยสิ้นเชิงจากเงินตามมูลค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่ได้ก่อนเจ้าหนี้อื่น ๆ
1.6) สหกรณ์จะคืนค่าหุ้นให้แก่สมาชิก ก็ต่อเมื่อสมาชิกขาดจากสมาชิกภาพ หรือเมื่อสหกรณ์เลิก (ชำระบัญชี) โดยจะคืนจำนวนค่าหุ้นของสมาชิกให้แก่สมาชิกได้หรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตาม ข้อ 1 – 5 กรณีสหกรณ์ขาดทุนสะสมและยังไม่เลิกต้องพิจารณาว่า หุ้นมีมูลค่าต่อหุ้นเท่าใด ณ วันสิ้นปีบัญชีปัจจุบัน กรณีสหกรณ์เลิก (ชำระบัญชี) สมาชิกจะได้รับคืนค่าหุ้นก็ต่อเมื่อผู้ชำระบัญชีได้ชำระหนี้ของสหกรณ์แล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใดให้ผู้ชำระบัญชีจ่ายจ่ายคืนเงินค่าหุ้นให้แก่สมาชิกไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้วเป็นลำดับแรก
1.7) หุ้น หมายถึง ทุนซึ่งแบ่งเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่า ๆ กัน โดย หุ้นมีจำนวน และมีมูลค่า
“เงินตามมูลค่าหุ้น” ตามมาตรา 42 วรรคสอง มีคำอธิบายตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายคืนค่าหุ้นกรณีสหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสมหรือสหกรณ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสะสม พ.ศ. 2566 ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการคำนวณมูลค่าหุ้น และการจ่ายคืนมูลค่าหุ้น ดังนี้
“สหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสม” หมายความว่า สหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสม หรือผลขาดทุนสุทธิประจำปีที่เกินกว่าทุนสำรอง ซึ่งจะแสดงตัวเลขไว้ไนวงเล็บ โดยปรากฏรายการในงบการเงินปีล่าสุดที่ได้ตรวจสอบและแสดงความเห็นไว้แล้ว
“สหกรณ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสะสม” หมายความว่า สหกรณ์มีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิติดต่อกันในรอบสองปีบัญชีย้อนหลัง และปรากฎรายการผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิ จนทำให้ทุนสำรองคงเหลือน้อยกว่าร้อยละสิบของทุนสำรองจากปีก่อนในงบการเงินที่ได้ตรวจสอบและแสดงความเห็นไว้แล้ว หรือสหกรณ์ที่ปรากฏว่าในระหว่างปีมีความเสียหายจากการดำเนินงานเกี่ยวกับการเงินการบัญชี หรือกิจการ หรือฐานะการเงิน หรืออื่น ๆ เกินกว่าทุนสำรองของสหกรณ์
การคำนวณมูลค่าต่อหุ้น โดยนำสินทรัพย์ทั้งสิ้นหักหนี้สินทั้งสิ้น แล้วหารด้วยจำนวนหุ้นทั้งสิ้นที่ชำระเต็มมูลค่าแล้ว (สินทรัพย์ – หนี้สิน / จำนวนหุ้นทั้งหมด (ไม่รวมจำนวนหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่สมาชิกถือ))
สหกรณ์ต้องแสดงมูลค่าต่อหุ้นที่คำนวณได้ให้เป็นปัจจุบันทุกปี โดยเปิดเผยไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินประจำปีนั้น ๆ โดยมูลค่าต่อหุ้นจะต้องไม่เกินกว่ามูลค่าที่กำหนดไว้เดิมตามข้อบังคับ
การจ่ายคืนค่าหุ้นในแต่ละปีบัญชีของสหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสะสมหรือสหกรณ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสะสม ให้จ่ายคืนค่าหุ้นได้ไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นทั้งสิ้นที่ชำระเต็มมูลค่าแล้ว ณ วันสิ้นปีทางบัญชีของปีก่อน โดยให้ลำดับการจ่ายตามเหตุการขาดจากสมาชิกภาพ ดังนี้
(1) ตาย
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
(3) เหตุอื่นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
การจ่ายคืนค่าหุ้นในระหว่างปีปัญชีของสหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสม หรือสหกรณ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสะสมให้แก่สมาชิกที่ขาดจากสมาชิกภาพหรือผู้ที่มีสิทธิได้รับคืนค่าหุ้น ให้ใช้มูลค่าต่อหุ้นที่คำนวณได้ โดยจะจ่ายได้หลังจากวันสิ้นปีทางบัญชีสหกรณ์ในปีที่ขาดจากสมาชิกภาพและที่ประชุมใหญ่ได้อนุมัติงบการเงินประจำปีแล้ว
กรณีสหกรณ์คำนวณมูลค่าต่อหุ้นแล้วพบว่า มูลค่าต่อหุ้นเป็นศูนย์ หรือติดลบ สมาชิกที่ขาดจากสมาชิกภาพในขณะนั้น จะได้รับคืนค่าหุ้นที่มีมูลค่าเท่ากับศูนย์ หรือไม่ได้รับเงินค่าหุ้นคืน
กรณีสมาชิกขาดจากสมาชิกภาพด้วยเหตุ ตาย หรือเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ เมื่อคำนวณมูลค่าต่อหุ้นแล้วมีมูลค่าต่อหุ้นลดลง หรือเป็นศูนย์ หรือติดลบ และทายาทหรือผู้รับโอนประโยชน์ยังไม่มีความประสงค์จะรับค่าหุ้นคืนในขณะนั้น สหกรณ์อาจโอนจำนวนหุ้นทั้งจำนวนให้แก่ทายาทหรือผู้รับโอนประโยชน์ซึ่งจะต้องเป็นสมาชิกหรือสมาชิกสมทบแล้วแต่กรณีตามข้อบังคับของสหกรณ์ ทั้งนี้ ข้อบังคับของสหกรณ์จะต้องกำหนดให้สามารถรับโอนหุ้นในกรณีดังกล่าวได้
สหกรณ์ใดที่งบการเงินได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นว่า งบการเงินนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่แสดงความเห็น หรืองบการเงินไม่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์ จะไม่สามารถจ่ายคืนค่าหุ้นแก่สมาชิกได้
2. เงื่อนไขที่สำคัญที่ต้องพิจารณาในการจ่ายคืนค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่ในสหกรณ์
2.1) สหกรณ์จะจ่ายคืนค่าหุ้นให้แก่สมาชิก กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น
2.2) สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงด้วยเหตุที่กำหนดตามข้อบังคับ ได้แก่ ตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับ ถูกให้ออก
2.3) กรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงด้วยเหตุลาออก สมาชิกผู้ลาออกและจะได้รับอนุญาตให้ออกจากสหกรณ์ ต้องไม่มีหนี้สินกับสหกรณ์ในฐานะผู้กู้หรือผู้ค้ำประกันเงินกู้ หรือหนี้สินอื่นที่ผูกพันจะต้องชำระต่อสหกรณ์
2.4) การคำนวณมูลค่าต่อหุ้นต้องเป็นไปตามข้อบังคับของสหกรณ์ที่กำหนดตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายคืนค่าหุ้นกรณีสหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสมหรือสหกรณ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสะสม พ.ศ. 2566 ข้อบังคับหรือระเบียบสหกรณ์ใดที่กำหนดข้อความขัดหรือแย้งกับระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์นี้ ให้ถือใช้ตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์นี้ และให้ดำเนินการแก้ไขข้อบังคับและระเบียบของสหกรณ์ให้เป็นไปตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์นี้ หากสหกรณ์ใดมิได้กำหนดเรื่องการจ่ายคืนค่าหุ้นกรณีสหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานขาดทนสะสะสมหรือสหกรณ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสะสมไว้ในข้อบังคับของสหกรณ์ ให้นำบทบัญญัติแห่งระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์นี้มาใช้บังคับ
3. ข้อกฎหมาย
1) มาตรา 33 มาตรา 34 (3) มาตรา 35 (3) มาตรา 39 วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา 42 มาตรา 42/2 มาตรา 43 (5) มาตรา 55 มาตรา 60 (1) มาตรา 64 (2) (ข) มาตรา 66 มาตรา 81 (6) (7) มาตรา 86 (1) (2) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
2) ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายคืนค่าหุ้นกรณีสหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสมหรือสหกรณ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสะสม พ.ศ. 2566
สรุปแนวปฏิบัติในการจ่ายคืนค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่ในสหกรณ์
1) กรณีสหกรณ์มีผลการดำเนินงานปกติ (ไม่มียอดขาดทุนสะสม ไม่มีแนวโน้มจะขาดทุนสะสม ปิดบัญชีได้เป็นปัจจุบัน (ไม่ตกค้างการสอบบัญชี) ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นอย่างไม่มีเงื่อนไข และที่ประชุมใหญ่อนุมัติงบการเงิน) เมื่อสมาชิกขาดจากสมาชิกภาพ สหกรณ์จะจ่ายคืนค่าหุ้น ซึ่งมูลค่าต่อหุ้นจะเท่ากับที่กำหนดในข้อบังคับสหกรณ์ โดยสหกรณ์อาจจ่ายคืนค่าหุ้นพร้อมเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน (ถ้ามี) ซึ่งวิธีการจ่ายคืนให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับสหกรณ์ เรื่อง การจ่ายคืนจำนวนเงินของสมาชิกที่ขาดจากสมาชิกภาพและการตั้งผู้รับโอนประโยชน์
2) กรณีสหกรณ์ตกค้างการสอบบัญชี (ไม่สามารถปิดบัญชีเป็นปัจจุบัน) สหกรณ์ไม่สามารถจ่ายคืนเงินค่าหุ้นให้แก่สมาชิกที่ขาดจากสมาชิกภาพได้ เนื่องจากถือว่าสหกรณ์มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี หรือกิจการหรือฐานะการเงิน ตลอดจนไม่ทราบฐานะทางการเงินที่แท้จริงของสหกรณ์
3) กรณีผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นว่า งบการเงินนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่แสดงความเห็น สหกรณ์ไม่สามารถจ่ายคืนค่าหุ้นแก่สมาชิกได้
4) กรณีสหกรณ์ดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจกระทำการตามที่กฎหมาย กฎ และข้อบังคับสหกรณ์กำหนด แต่เกิดผลขาดทุนสะสม (ด้วยเหตุสุจริต) จนมูลค่าหุ้นด้อยค่าลง สมาชิกต้องรับผิดชอบร่วมกันโดยสมาชิกมีความรับผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ ตามมาตรา 42 วรรคแรก
5) การจ่ายคืนค่าหุ้นในระหว่างปีปัญชีของสหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนสะสม หรือสหกรณ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสะสม มีหลักเกณฑ์ที่สำคัญ ดังนี้
5.1) ให้จ่ายคืนค่าหุ้นได้ไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนหุ้นทั้งสิ้นที่ชำระเต็มมูลค่าแล้ว ณ วันสิ้นปีทางบัญชีของปีก่อน โดยให้ลำดับการจ่ายตามเหตุการณ์ขาดจากสมาชิกภาพ (ตามข้อบังคับสหกรณ์ ที่กำหนดตามระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์)
5.2) ให้ใช้มูลค่าต่อหุ้นที่คำนวณได้ โดยจะจ่ายได้หลังจากวันสิ้นปีทางบัญชีสหกรณ์ในปีที่ขาดจากสมาชิกภาพและที่ประชุมใหญ่ได้อนุมัติงบการเงินประจำปีแล้ว เช่น สหกรณ์ ก. จำกัด กำหนดวันสิ้นปีทางบัญชี ทุกวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี โดยปีบัญชี 2566 ผลการดำเนินงานขาดทุนสะสม และปีบัญชี 2567 สหกรณ์มีแนวโน้มขาดทุนสะสม สมาชิกสหกรณ์ A (ไม่มีหนี้ต่อสหกรณ์ หรือไม่ติดค้ำประกันสมาชิกอื่น) ขอลาออกจากสหกรณ์ได้โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการดำเนินการ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณาเห็นว่าเป็นการชอบด้วยข้อบังคับและอนุญาตแล้ว จึงให้ถือว่าออกจากสหกรณ์ได้ สหกรณ์จะต้องตั้งเงินค่าหุ้นรอจ่ายคืนสมาชิกสหกรณ์ A และเมื่อสิ้นปีบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม 2567 สหกรณ์ส่งงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน (ไม่มีเงื่อนไข) และที่ประชุมใหญ่อนุมัติงบการเงินแล้ว สหกรณ์จึงจ่ายคืนค่าหุ้นแก่สมาชิกตามมูลค่าหุ้นที่เปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน และตามลำดับการจ่ายตามเหตุการณ์ขาดจากสมาชิกภาพ
6) กรณีที่กรรมการหรือผู้จัดการสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้ลงมติให้สหกรณ์ดำเนินการหรืองดเว้นการดำเนินการ หรือเป็นผู้ดำเนินการ หรือรับผิดชอบในการดำเนินการนั้น ได้กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริต หรือเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ผู้ใดมีส่วนร่วมในการกระทำของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กรรมการ หรือผู้จัดการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กรรมการ หรือผู้จัดการ และเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ต้องรับผิดหรือร่วมกันรับผิดต่อสหกรณ์ตามบทกำหนดโทษแห่งกฎหมายสหกรณ์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ไม่มีความคิดเห็น:

การเลิกและการชำระบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

ส่วนที่ 1 การเลิกสหกรณ์และการเลิกกลุ่มเกษตรกร 1. บทนำ ในระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรถือเป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญ...