วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

ความสัมพันธ์ระหว่างกำไรสุทธิ กระแสเงินสด และการกำหนดงวดชำระหนี้

การให้คำแนะนำในการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ ว่าด้วยการให้เงินกู้ยืมแก่สมาชิก กรณีจะกำหนดจำนวนงวดชำระหนี้ให้ยาวนานออกไป นอกจากอาศัยบรรดาคำแนะนำที่พึงมีอยู่ในปัจจุบันเป็นเครื่องมือในการแนะนำ แล้ว ควรอธิบายเพิ่มเติมในมิติทางด้านการเงิน ดังนี้

กำไรสุทธิ (Net Profit) หมายถึง ผลกำไรที่แท้จริงของกิจการหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกจากรายได้ทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ ใช้วัดความสามารถในการทำกำไรของกิจการ

กระแสเงินสด (Cash Flow) หมายถึง การไหลเข้า (Inflow) และการไหลออก (Outflow) ของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ของกิจการในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยจะเน้นที่การเคลื่อนไหวของเงินสดจริง ๆ ไม่ว่ารายได้หรือค่าใช้จ่ายนั้นจะเกิดขึ้นในทางบัญชีเมื่อใดก็ตาม

สหกรณ์บันทึกบัญชีโดยใช้เกณฑ์คงค้าง (Accrual Basic) โดยดูได้จากหมายเหตุประกอบงบการเงินของสหกรณ์ ซึ่งได้สรุปนโยบายการบัญชีสำคัญ กรณี เกณฑ์การบันทึกบัญชี สหกรณ์บันทึกบัญชีโดยใช้เกณฑ์คงค้าง ซึ่งเกณฑ์คงค้าง เป็นการบันทึก รายได้และค่าใช้จ่าย ทั้งหมดที่เป็นของงวดบัญชีนั้น ๆ และแยกส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับงวดบัญชีนั้น ๆ ออกไป เป็นหลักการบัญชีที่สำคัญในการบันทึกรายได้และค่าใช้จ่าย โดยจะรับรู้รายได้เมื่อเกิดขึ้นจริง (Earned) แม้จะยังไม่ได้รับเงินสดก็ตาม และรับรู้ค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดขึ้นจริง (Incurred) แม้จะยังไม่ได้จ่ายเงินสดก็ตาม ซึ่งแตกต่างจากเกณฑ์เงินสด (Cash Basis) ที่จะรับรู้รายได้เมื่อได้รับเงินสดและรับรู้ค่าใช้จ่ายเมื่อจ่ายเงินสด ฉะนั้น การใช้เกณฑ์คงค้าง ทำให้ตัวเลขกำไรอาจรวมรายการที่ยังไม่ได้รับเงินสดจริง หรือรายการที่ยังไม่ได้จ่ายเงินสดจริง

ฉะนั้น คุณภาพของกำไร (Quality of Earnings) จึงคือการที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูงกว่าหรือใกล้เคียงกับกำไรสุทธิ มักจะบ่งชี้ถึงคุณภาพกำไรที่ดี หมายความว่ากำไรที่แสดงนั้นสามารถแปลงเป็นเงินสดได้จริง

ความสัมพันธ์ระหว่างงวดชำระหนี้กับกระแสเงินสด

เมื่อพิจารณาโครงสร้างทางการเงินของสหกรณ์ โดยเฉพาะแหล่งที่มาและแหล่งที่ใช้ไปของเงิน หากมีหนี้สินมากกว่าทุน การกำหนดงวดชำระหนี้ที่ยาวนานเกินไปเมื่อเทียบกับกระแสเงินสดเข้า อาจทำให้เกิดภาวะเงินสดตึงตัวหรือขาดสภาพคล่อง อาจส่งผลให้สหกรณ์ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตรงเวลา และอาจนำไปสู่ปัญหาสหกรณ์ก่อหนี้เสียและประวัติเครดิตที่ไม่ดี

ด้านสมาชิก จำนวนงวดชำระหนี้ที่ยาวนานอาจส่งผลดีต่อความสามารถในการชำระหนี้แต่ละงวด (ยอดชำระต่องวดน้อย) แต่ในระยะยาวจะต้องจ่ายดอกเบี้ยที่มากกว่า และระยะเวลาการเป็นหนี้ยาวนานขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ค้ำประกันด้วย

โดยส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าการวิเคราะห์ต้นทุนทางการเงินตามแหล่งที่มาและใช้ไปของเงิน และใช้นโยบายดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด มากกว่าการขยายงวดชำระหนี้ (สำหรับลูกหนี้จัดชั้นปกติและลูกหนี้จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ) แต่หากเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระ วิธีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยการขยายจำนวนงวดชำระหนี้ก็ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ดีวิธีการหนึ่ง แต่ต้องแก้ไขเป็นราย ๆ ไป และอธิบายข้อดีข้อเสียให้สมาชิกเข้าใจ

งานวิจัย (ระดับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (บริหารธุรกิจ)) เรื่อง การพัฒนาแบบจำลองสำหรับทำนายความสามารถในการชำระหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ โดย วรกร แช่มเมืองปัก เผยแพร่ในวารสารบริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ 34 ฉบับที่ 132 ตุลาคม-ธันวาคม 2554 สรุปว่า

สมมติฐานการวิจัยข้อ 1 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีอัตราส่วนลูกหนี้เงินกู้ทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์รวมสูง จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีอัตราส่วนลูกหนี้เงินกู้ทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์รวมต่ำ

สมมติฐานการวิจัยข้อ 2 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีอัตราส่วนเงินกู้ภายนอกต่อสินทรัพย์รวมสูง จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสทกรณ์ออมทรัพย์ที่มีอัตราส่วนเงินกู้ภายนอกต่อสินทรัพย์รวมต่ำ

สมมติฐานการวิจัยข้อ 3 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ได้นำเงินกู้ยืมจากภายนอกส่วนใหญ่ไปให้สมาชิกกู้ จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ไม่ได้นำเงินกู้ยืมจากภายนอกส่วนใหญ่ไปให้สมาชิกกู้

สมมติฐานการวิจัยข้อ 4 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ไม่ได้นำการประมาณการล่วงหน้าเกี่ยวกับกระแสเงินสดได้มาและใช้ไปมาใช้ในการบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพจะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ได้นำการประมาณการล่วงหน้าเกี่ยวกับกระแสเงินสดได้มาและใช้ไปมาใช้ในการบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ

สมมติฐานการวิจัยข้อ 5 ในการวิเคราะห์สินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ไม่ได้พิจารณาปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ โดยพิจารณาตาตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ที่พิจารณาปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ร่วมด้วย

สมมติฐานการวิจัยข้อ 6 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ขยายวงเงินกู้ และ/หรือ ขยายงวดระยะเวลาชำระหนี้ให้แก่สมาชิกมีผลกระทบต่อปัญหาสภาพคล่องของสหกรณ์ จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ขยายวงเงินกู้ และ/หรือ ขยายงวดระยะเวลาชำระหนี้ให้แก่สมาชิกไม่มีผลกระทบต่อปัญหาสภาพคล่องของสหกรณ์

สมมติฐานการวิจัยข้อ 7 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีการขยายวงเงินกู้ และ/หรือขยายงวดระยะเวลาชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่มีปัญหา จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ไม่มีการขยายวงเงินกู้ และ/หรือขยายงวดระยะเวลาชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่มีปัญหา

สมมติฐานการวิจัยข้อ 8 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการกู้วนซ้ำให้กับลูกหนี้ที่มีที่มีปัญหาจะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ไม่มีการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการกู้วนซ้ำให้กับลูกหนี้ที่มีปัญหา

ประเด็น

กำไรสุทธิ (Net Profit)

กระแสเงินสด (Cash Flow)

เกณฑ์การบันทึกบัญชี

เกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis)

เกณฑ์เงินสด (Cash Basis) หรือการปรับปรุงจากเกณฑ์คงค้างเป็นเงินสด

การรับรู้รายได้

เมื่อเกิดขึ้น (Earned)

เมื่อได้รับเงินสด (Received)

การรับรู้ค่าใช้จ่าย

เมื่อเกิดขึ้น (Incurred)

เมื่อจ่ายเงินสด (Paid)

สิ่งที่แสดง

ความสามารถในการทำกำไร

สภาพคล่อง การเคลื่อนไหวของเงินสดจริง

ผลกระทบจากรายการที่ไม่ใช่เงินสด

รวมถึงรายการที่ไม่ใช่เงินสด

(เช่น ค่าเสื่อมราคา)

ไม่รวมรายการที่ไม่ใช่เงินสดโดยตรง

(แต่จะมีการปรับปรุง)

 

ไม่มีความคิดเห็น:

การเลิกและการชำระบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

ส่วนที่ 1 การเลิกสหกรณ์และการเลิกกลุ่มเกษตรกร 1. บทนำ ในระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรถือเป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญ...