การให้คำแนะนำในการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบ ว่าด้วยการให้เงินกู้ยืมแก่สมาชิก กรณีจะกำหนดจำนวนงวดชำระหนี้ให้ยาวนานออกไป นอกจากอาศัยบรรดาคำแนะนำที่พึงมีอยู่ในปัจจุบันเป็นเครื่องมือในการแนะนำ แล้ว ควรอธิบายเพิ่มเติมในมิติทางด้านการเงิน ดังนี้
กำไรสุทธิ
(Net
Profit) หมายถึง
ผลกำไรที่แท้จริงของกิจการหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกจากรายได้ทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่ง
ๆ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ ใช้วัดความสามารถในการทำกำไรของกิจการ
กระแสเงินสด
(Cash
Flow) หมายถึง การไหลเข้า (Inflow)
และการไหลออก (Outflow) ของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
ของกิจการในช่วงเวลาหนึ่งๆ โดยจะเน้นที่การเคลื่อนไหวของเงินสดจริง ๆ
ไม่ว่ารายได้หรือค่าใช้จ่ายนั้นจะเกิดขึ้นในทางบัญชีเมื่อใดก็ตาม
สหกรณ์บันทึกบัญชีโดยใช้เกณฑ์คงค้าง
(Accrual
Basic) โดยดูได้จากหมายเหตุประกอบงบการเงินของสหกรณ์ ซึ่งได้สรุปนโยบายการบัญชีสำคัญ
กรณี “เกณฑ์การบันทึกบัญชี” สหกรณ์บันทึกบัญชีโดยใช้เกณฑ์คงค้าง
ซึ่งเกณฑ์คงค้าง เป็นการบันทึก รายได้และค่าใช้จ่าย ทั้งหมดที่เป็นของงวดบัญชีนั้น
ๆ และแยกส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับงวดบัญชีนั้น ๆ ออกไป เป็นหลักการบัญชีที่สำคัญในการบันทึกรายได้และค่าใช้จ่าย
โดยจะรับรู้รายได้เมื่อเกิดขึ้นจริง (Earned) แม้จะยังไม่ได้รับเงินสดก็ตาม
และรับรู้ค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดขึ้นจริง (Incurred) แม้จะยังไม่ได้จ่ายเงินสดก็ตาม
ซึ่งแตกต่างจากเกณฑ์เงินสด (Cash Basis) ที่จะรับรู้รายได้เมื่อได้รับเงินสดและรับรู้ค่าใช้จ่ายเมื่อจ่ายเงินสด
ฉะนั้น การใช้เกณฑ์คงค้าง ทำให้ตัวเลขกำไรอาจรวมรายการที่ยังไม่ได้รับเงินสดจริง หรือรายการที่ยังไม่ได้จ่ายเงินสดจริง
ฉะนั้น
คุณภาพของกำไร (Quality of Earnings) จึงคือการที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูงกว่าหรือใกล้เคียงกับกำไรสุทธิ
มักจะบ่งชี้ถึงคุณภาพกำไรที่ดี
หมายความว่ากำไรที่แสดงนั้นสามารถแปลงเป็นเงินสดได้จริง
ความสัมพันธ์ระหว่างงวดชำระหนี้กับกระแสเงินสด
เมื่อพิจารณาโครงสร้างทางการเงินของสหกรณ์
โดยเฉพาะแหล่งที่มาและแหล่งที่ใช้ไปของเงิน หากมีหนี้สินมากกว่าทุน การกำหนดงวดชำระหนี้ที่ยาวนานเกินไปเมื่อเทียบกับกระแสเงินสดเข้า
อาจทำให้เกิดภาวะเงินสดตึงตัวหรือขาดสภาพคล่อง อาจส่งผลให้สหกรณ์ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตรงเวลา
และอาจนำไปสู่ปัญหาสหกรณ์ก่อหนี้เสียและประวัติเครดิตที่ไม่ดี
ด้านสมาชิก
จำนวนงวดชำระหนี้ที่ยาวนานอาจส่งผลดีต่อความสามารถในการชำระหนี้แต่ละงวด (ยอดชำระต่องวดน้อย)
แต่ในระยะยาวจะต้องจ่ายดอกเบี้ยที่มากกว่า และระยะเวลาการเป็นหนี้ยาวนานขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ค้ำประกันด้วย
โดยส่วนตัวผู้เขียนเห็นว่าการวิเคราะห์ต้นทุนทางการเงินตามแหล่งที่มาและใช้ไปของเงิน
และใช้นโยบายดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
มากกว่าการขยายงวดชำระหนี้ (สำหรับลูกหนี้จัดชั้นปกติและลูกหนี้จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ)
แต่หากเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างชำระ วิธีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยการขยายจำนวนงวดชำระหนี้ก็ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ดีวิธีการหนึ่ง
แต่ต้องแก้ไขเป็นราย ๆ ไป และอธิบายข้อดีข้อเสียให้สมาชิกเข้าใจ
งานวิจัย
(ระดับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (บริหารธุรกิจ)) เรื่อง การพัฒนาแบบจำลองสำหรับทำนายความสามารถในการชำระหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์
โดย วรกร แช่มเมืองปัก เผยแพร่ในวารสารบริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปีที่ 34 ฉบับที่ 132 ตุลาคม-ธันวาคม 2554 สรุปว่า
สมมติฐานการวิจัยข้อ
1 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีอัตราส่วนลูกหนี้เงินกู้ทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์รวมสูง
จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีอัตราส่วนลูกหนี้เงินกู้ทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์รวมต่ำ
สมมติฐานการวิจัยข้อ
2 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีอัตราส่วนเงินกู้ภายนอกต่อสินทรัพย์รวมสูง จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสทกรณ์ออมทรัพย์ที่มีอัตราส่วนเงินกู้ภายนอกต่อสินทรัพย์รวมต่ำ
สมมติฐานการวิจัยข้อ
3 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ได้นำเงินกู้ยืมจากภายนอกส่วนใหญ่ไปให้สมาชิกกู้ จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ไม่ได้นำเงินกู้ยืมจากภายนอกส่วนใหญ่ไปให้สมาชิกกู้
สมมติฐานการวิจัยข้อ
4 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ไม่ได้นำการประมาณการล่วงหน้าเกี่ยวกับกระแสเงินสดได้มาและใช้ไปมาใช้ในการบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพจะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ได้นำการประมาณการล่วงหน้าเกี่ยวกับกระแสเงินสดได้มาและใช้ไปมาใช้ในการบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ
สมมติฐานการวิจัยข้อ
5 ในการวิเคราะห์สินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ไม่ได้พิจารณาปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้
โดยพิจารณาตาตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่า
สหกรณ์ออมทรัพย์ที่พิจารณาปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ร่วมด้วย
สมมติฐานการวิจัยข้อ
6 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่ขยายวงเงินกู้ และ/หรือ ขยายงวดระยะเวลาชำระหนี้ให้แก่สมาชิกมีผลกระทบต่อปัญหาสภาพคล่องของสหกรณ์
จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ขยายวงเงินกู้ และ/หรือ
ขยายงวดระยะเวลาชำระหนี้ให้แก่สมาชิกไม่มีผลกระทบต่อปัญหาสภาพคล่องของสหกรณ์
สมมติฐานการวิจัยข้อ
7 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีการขยายวงเงินกู้ และ/หรือขยายงวดระยะเวลาชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่มีปัญหา
จะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ไม่มีการขยายวงเงินกู้ และ/หรือขยายงวดระยะเวลาชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่มีปัญหา
สมมติฐานการวิจัยข้อ
8 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการกู้วนซ้ำให้กับลูกหนี้ที่มีที่มีปัญหาจะมีความสามารถในการชำระหนี้น้อยกว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ไม่มีการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการกู้วนซ้ำให้กับลูกหนี้ที่มีปัญหา
|
ประเด็น |
กำไรสุทธิ (Net Profit) |
กระแสเงินสด (Cash Flow) |
|
เกณฑ์การบันทึกบัญชี |
เกณฑ์คงค้าง (Accrual
Basis) |
เกณฑ์เงินสด (Cash Basis) หรือการปรับปรุงจากเกณฑ์คงค้างเป็นเงินสด |
|
การรับรู้รายได้ |
เมื่อเกิดขึ้น (Earned) |
เมื่อได้รับเงินสด (Received) |
|
การรับรู้ค่าใช้จ่าย |
เมื่อเกิดขึ้น (Incurred) |
เมื่อจ่ายเงินสด (Paid) |
|
สิ่งที่แสดง |
ความสามารถในการทำกำไร |
สภาพคล่อง การเคลื่อนไหวของเงินสดจริง |
|
ผลกระทบจากรายการที่ไม่ใช่เงินสด |
รวมถึงรายการที่ไม่ใช่เงินสด (เช่น ค่าเสื่อมราคา) |
ไม่รวมรายการที่ไม่ใช่เงินสดโดยตรง (แต่จะมีการปรับปรุง) |