ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด และค่าจ้างในวันหยุด เป็นเรื่องที่นายจ้างและลูกจ้างในบางองค์กรไม่ค่อยให้ความสำคัญ หยวน ๆ ประมาณว่าแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย อยู่กันแบบพี่แบบน้อง นายจ้างมองว่าถ้าจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานก็จะมีค่าใช้จ่ายสูง ลูกจ้างก็มองว่าก็ทำ ๆ ไป เพื่อองค์กร ไม่หนักหนาอะไร รับแค่เงินเดือนก็พอ ซึ่งผมก็เข้าใจนะ แต่ก็จะแนะนำเสมอว่า จะทำกันอย่างไรต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย
ยกตัวอย่างเช่น
ช่วงสิ้นปีทางบัญชีต้องมีการจัดทำงบการเงินประจำปี จะเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งกันมาก
จึงต้องมีการทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ และมีการทำงานในวันหยุด
ก็ด้วยความที่เอาแบบหยวน ๆ นายจ้างลูกจ้างตกลงยินยอมพร้อมใจกัน
โดยนายจ้างอนุมัติเงินก้อนหนึ่งเป็นตัวเลขกลม ๆ
เหมากันไปเลยกี่วันก็ว่ากันไปช่วงปิดบัญชี
ถามว่ากรณีแบบนี้เป็นไปตามกฎหมายหรือขัดต่อกฎหมาย มีอะไรที่พึงต้องระมัดระวังบ้าง
ข้อกฎหมาย กฎ
หนังสือหารือ และคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง
1) พ.ร.บ.
คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
มาตรา 5 61 62 63 64 68 70
2) ข้อบังคับการทำงานที่กำหนดขึ้นตามมาตรา
108 แห่ง พ.ร.บ.
คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
3) หนังสือหารือกฎหมายแรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (อ้างอิงข้อหารือกองนิติการที่ รง 0505/2742
ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2562)
4) คำพิพากษาฎีกาที่
5978/2550 คำพิพากษาศาลฎีกาที่
5442 - 5468/2548 คำพิพากษาศาลฎีกาที่
823/2548 คำพิพากษาศาลฎีกาที่
3923 - 3932/2546 คำพิพากษาศาลฎีกาที่
4905 - 4927/2545
แนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย
1) ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับการทำงานที่กำหนด
ซึ่งข้อบังคับการทำงานดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานฯ
2) สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทน
ซึ่งลูกจ้างตกลงทำงานให้นายจ้าง
และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างหรือค่าจ้างตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงานให้ (มาตรา 5
แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
กรณีนายจ้างจ่าย ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด
และค่าจ้างในวันหยุด ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด ให้พิจารณา
ดังนี้
2.1 กรณีนายจ้างจ่าย
ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด
และค่าจ้างในวันหยุดต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือว่านายจ้างผิดนัดและเป็นหนี้ลูกจ้าง
นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี
ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.
คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ดูคำพิพากษาฎีกาที่ 5978/2550)
2.2) กรณีนายจ้างจ่าย
ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด
และค่าจ้างในวันหยุดสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ให้พิจารณาแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้
2.2.1) ถ้านายจ้างจ่ายเงินผิด
(คำนวณผิด)
โดยจ่ายให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือว่าเป็นลาภมิควรได้
ลูกจ้างต้องคืนเงินส่วนที่เกินให้แก่นายจ้าง (ปพพ. มาตรา 406 412 และ 1336) การคืนเงินอันเนื่องมาจากลาภมิควรได้
ต้องคำนึงถึงความสุจริตหรือไม่สุจริต
หากเป็นผู้สุจริตให้คืนเงินเพียงเท่าที่เหลืออยู่ในเวลาที่ต้องคืน
และหากเป็นผู้ทุจริตต้องคืนเงินเต็มจำนวนนับแต่เวลาที่เป็นผู้ทุจริต
โดยให้รับผิดในดอกเบี้ยย้อนหลังในอัตราร้อยละ 3 ต่อปีของเงินที่ต้องคืน
โดยเริ่มนับตั้งแต่เวลาที่เป็นผู้ทุจริตซึ่งเป็นเวลาที่บุคคลนั้นรู้ถึงเหตุของลาภมิควรได้
และหากทวงถามให้คืนเงินแล้วไม่คืน นายจ้างสามารถคิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 5
ต่อปีนับแต่เวลาที่ผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้
(ดูคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5442 - 5468/2548 คำพิพากษาศาลฎีกาที่
823/2548 คำพิพากษาศาลฎีกาที่
3923 - 3932/2546 คำพิพากษาศาลฎีกาที่
4905 - 4927/2545)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น