วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568

การเหมาจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด และค่าจ้างในวันหยุด

ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด และค่าจ้างในวันหยุด เป็นเรื่องที่นายจ้างและลูกจ้างในบางองค์กรไม่ค่อยให้ความสำคัญ หยวน ๆ ประมาณว่าแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย อยู่กันแบบพี่แบบน้อง นายจ้างมองว่าถ้าจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานก็จะมีค่าใช้จ่ายสูง ลูกจ้างก็มองว่าก็ทำ ๆ ไป เพื่อองค์กร ไม่หนักหนาอะไร รับแค่เงินเดือนก็พอ ซึ่งผมก็เข้าใจนะ แต่ก็จะแนะนำเสมอว่า จะทำกันอย่างไรต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย

ยกตัวอย่างเช่น ช่วงสิ้นปีทางบัญชีต้องมีการจัดทำงบการเงินประจำปี จะเป็นช่วงเวลาที่ยุ่งกันมาก จึงต้องมีการทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ และมีการทำงานในวันหยุด ก็ด้วยความที่เอาแบบหยวน ๆ นายจ้างลูกจ้างตกลงยินยอมพร้อมใจกัน โดยนายจ้างอนุมัติเงินก้อนหนึ่งเป็นตัวเลขกลม ๆ เหมากันไปเลยกี่วันก็ว่ากันไปช่วงปิดบัญชี ถามว่ากรณีแบบนี้เป็นไปตามกฎหมายหรือขัดต่อกฎหมาย มีอะไรที่พึงต้องระมัดระวังบ้าง

ข้อกฎหมาย กฎ หนังสือหารือ และคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง

1) พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 5 61 62 63 64 68 70

2) ข้อบังคับการทำงานที่กำหนดขึ้นตามมาตรา 108 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

3) หนังสือหารือกฎหมายแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (อ้างอิงข้อหารือกองนิติการที่ รง 0505/2742 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2562)

4) คำพิพากษาฎีกาที่ 5978/2550 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5442 - 5468/2548 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 823/2548 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3923 - 3932/2546 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4905 - 4927/2545

แนวทางการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย

1) ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับการทำงานที่กำหนด ซึ่งข้อบังคับการทำงานดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานฯ

2) สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทน ซึ่งลูกจ้างตกลงทำงานให้นายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างหรือค่าจ้างตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงานให้ (มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) กรณีนายจ้างจ่าย ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด และค่าจ้างในวันหยุด ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด ให้พิจารณา ดังนี้

2.1 กรณีนายจ้างจ่าย ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด และค่าจ้างในวันหยุดต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือว่านายจ้างผิดนัดและเป็นหนี้ลูกจ้าง นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ดูคำพิพากษาฎีกาที่ 5978/2550)

2.2) กรณีนายจ้างจ่าย ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด และค่าจ้างในวันหยุดสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ให้พิจารณาแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้

2.2.1) ถ้านายจ้างจ่ายเงินผิด (คำนวณผิด) โดยจ่ายให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือว่าเป็นลาภมิควรได้ ลูกจ้างต้องคืนเงินส่วนที่เกินให้แก่นายจ้าง (ปพพ. มาตรา 406 412 และ 1336) การคืนเงินอันเนื่องมาจากลาภมิควรได้ ต้องคำนึงถึงความสุจริตหรือไม่สุจริต หากเป็นผู้สุจริตให้คืนเงินเพียงเท่าที่เหลืออยู่ในเวลาที่ต้องคืน และหากเป็นผู้ทุจริตต้องคืนเงินเต็มจำนวนนับแต่เวลาที่เป็นผู้ทุจริต โดยให้รับผิดในดอกเบี้ยย้อนหลังในอัตราร้อยละ 3 ต่อปีของเงินที่ต้องคืน โดยเริ่มนับตั้งแต่เวลาที่เป็นผู้ทุจริตซึ่งเป็นเวลาที่บุคคลนั้นรู้ถึงเหตุของลาภมิควรได้ และหากทวงถามให้คืนเงินแล้วไม่คืน นายจ้างสามารถคิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีนับแต่เวลาที่ผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ (ดูคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5442 - 5468/2548 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 823/2548 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3923 - 3932/2546 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4905 - 4927/2545)

2.2.2) กรณีนายจ้างจ่าย ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด และค่าจ้างในวันหยุดสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยนายจ้างเต็มใจจ่ายให้เกิน แสดงว่า นายจ้างได้ใช้หลักเกณฑ์อื่นในการคำนวณ ถ้าคำนวณออกมาแล้วได้ผลลัพธ์เป็นจำนวนมากกว่าที่คำนวณได้ตามมาตรา 68 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก็มีผลใช้บังคับได้ การที่นายจ้างกำหนดเป็นสวัสดิการให้กับพนักงาน เนื่องจากพนักงานได้ทุ่มเทการทำงานให้นายจ้างตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน การกำหนดสวัสดิการฯ ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการกำหนดสวัสดิการเพิ่มเติมนอกเหนือจากการจ่าย ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าทำงานในวันหยุด และค่าจ้างในวันหยุดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างจึงสามารถดำเนินการได้ ไม่เป็นการขัดหรือแย้งต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (ดูหนังสือหารือกฎหมายแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (อ้างอิงข้อหารือกองนิติการที่ รง 0505/2742 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2562)

ไม่มีความคิดเห็น:

การเลิกและการชำระบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

ส่วนที่ 1 การเลิกสหกรณ์และการเลิกกลุ่มเกษตรกร 1. บทนำ ในระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรถือเป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญ...